
วัสดุก่อสร้างชักแถวขึ้นราคา บ้านใหม่รอจังหวะบวกเพิ่ม 10%
ภาคอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญกับระเบิดเวลาลูกใหม่จากต้นทุนก่อสร้างที่ขยับสูงขึ้นอย่างไม่ปกติ
ภาคอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญกับระเบิดเวลาลูกใหม่จากต้นทุนก่อสร้างที่ขยับสูงขึ้นอย่างไม่ปกติ
แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่มีผลต่อการผลิตและการขนส่งให้เบาใจไปบ้างแล้วก็ตาม แต่ผลจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ การฟื้นฟูเมืองในญี่ปุ่น และในภาคใต้ของไทย จะทำให้ปริมาณความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างหลักๆ เพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
ขณะเดียวกัน ปัญหาแรงงานที่ขาดแคลนทำให้เกิดภาวะซื้อตัวคนงานที่จำเป็นต้องประมูลแข่งราคาค่าแรง พร้อมๆ กับในภาคการเมืองที่ได้ชูนโยบายการปรับเพดานค่าจ้างขั้นต่ำขึ้น มีทั้งปรับขึ้นอีก 2530% หรือเพิ่มให้เป็น 300 บาท ขาดตัวบ้าง แม้ยังเป็นแค่นโยบายหาเสียงในช่วงโหมโรงก่อนเลือกตั้ง แต่ผลทางด้านจิตวิทยานั้นน่าหวาดหวั่นมิใช่น้อย
เวลานี้ผู้รับเหมาก่อสร้างจึงเริ่มขยาดที่จะประมูลงานมาไว้ในมือ เพราะหากสถานการณ์เกิดพลิกผัน นั่นหมายถึงขาดทุนอย่างแน่นอน
หากดูจากดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ที่จัดทำโดยสำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โดยเฉลี่ยเดือน ม.ค.มี.ค.ของปีนี้ เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553 พบว่า สูงขึ้น 6.2% สาเหตุมาจากการปรับราคาของวัสดุในหมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก 14% ประกอบด้วย เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ลวดเหล็กเสริมคอนกรีตอัดแรง เหล็กแผ่นเรียบดำ ท่อเหล็กเคลือบสังกะสี
ส่วนวัสดุในหมวดซีเมนต์ปรับขึ้น 9.3% ได้แก่ ปูนซีเมนต์ผสม ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนฉาบสำเร็จรูป หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ขึ้น 4.5% ได้แก่ บานประตูหน้าต่าง วงกบประตูหน้าต่าง แผ่นไม้อัด และหมวดวัสดุก่อสร้างอื่นๆ ขึ้น 3.7% เช่น ยางมะตอย หินย่อย ทรายหยาบ อะลูมิเนียมแผ่นเรียบ เป็นต้น สาเหตุของการขึ้นราคามาจากต้นทุนราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นจากปีที่แล้ว
เมื่อต้นทุนวัสดุขยับขึ้นแบบยกแผง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นได้อีกจากความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ย่อมส่งผลกระทบต่อราคาค่าก่อสร้างที่จะต้องขยับตามเช่นกัน
จะเห็นได้จากตัวเลขดัชนีราคาค่าก่อสร้างมาตรฐานที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์จัดทำร่วมกับสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สำหรับไตรมาสแรกปีนี้ ดัชนีมีค่าเท่ากับ 131.7 เพิ่มขึ้น 2.1 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2553 ซึ่งมีค่าดัชนี 129.6 และเพิ่มขึ้น 4.0 จุด เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553 ที่มีค่าดัชนีเท่ากับ 127.7
สาเหตุที่ดัชนีราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐานปรับเพิ่มขึ้นมาก เนื่องมาจากราคาวัสดุก่อสร้างในหมวดผลิตภัณฑ์เหล็กเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ขณะเดียวกัน ราคางานระบบไฟฟ้าและสุขภัณฑ์ก็เพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ค่าแรงในเขตกรุงเทพฯปริมณฑล มีการปรับขึ้นจากอัตรา 206 บาท เป็น 215 บาท ทำให้ดัชนีราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐานขยับสูงขึ้น
ทั้งนี้ ผลพวงของการปรับขึ้นวัสดุก่อสร้างแบบยกแผง ทำให้ราคาบ้านที่จะก่อสร้างใหม่ขยับขึ้นอย่างแน่นอน แม้ว่าในช่วงต้นปีผู้ประกอบการหลายๆ รายได้แอบๆ ทยอยปรับราคาไปบ้างแล้ว 35% ก็ตาม แต่หากราคาวัสดุยังมีทีท่าขึ้นแรงไม่ยอมหยุด ผู้ประกอบการจำต้องทยอยปรับราคาขึ้นอีกรอบ โดยอาจต้องมองไปถึง 10% ก็มีความเป็นไปได้
แต่ทั้งนี้ สิ่งที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์กำลังติดตามดูอย่างใจจดใจจ่อ คือ ปัจจัยเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังแข็งแกร่งพอที่จะช่วยผลักดันกำลังซื้อใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในตลาด เพราะต้องยอมรับว่า ในไตรมาสแรกตลาดชะลอตัวลงไปพอสมควร จากการดูดซับดีมานด์ไปส่วนหนึ่งแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา จากการกระตุ้นของมาตรการรัฐ ผนวกกับปัจจัยลบที่เกิดขึ้นในเวลานี้ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอยู่
ถ้าเศรษฐกิจโดยรวมยังเดินหน้าต่อไปได้ ขณะที่การเมืองหลังเลือกตั้งไม่สะดุดด้วยอุบัติเหตุที่สุดจะคาดเดา โอกาสที่ราคาบ้านใหม่จะปรับขึ้นแรงๆ ตามต้นทุนก่อสร้างที่ขยับขึ้นไปก่อนหน้าย่อมเกิดขึ้นแน่
แต่ในทางกลับกัน หากตลาดยังติดขัดดีมานด์ใหม่ๆ ยังไม่กลับมาหนาแน่นพอ โอกาสที่ผู้ประกอบการจำเป็นจะต้องกดต้นทุน เฉือนเนื้อ กลืนเลือดตัวเองก็เป็นไปได้ไม่แพ้กัน







