posttoday
รับทำรวยให้ฟรี!

รับทำรวยให้ฟรี!

05 กุมภาพันธ์ 2553

 มืออาชีพตั้งโต๊ะแข่งบริหารเงินบุคคล

 มืออาชีพตั้งโต๊ะแข่งบริหารเงินบุคคล

ดูแลอย่างดีแจ้งผลลงทุนฝากตลอด

ในยามดอกเบี้ยเงินฝากต่ำเตี้ยติดดิน 12% คุณจะทำอย่างไรให้เงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้นกลายเป็นเรื่องที่ผู้พอมีสตางค์เหลือเก็บต้องขบคิดกันอย่างหนัก

ลงทุนหุ้นก็เสี่ยง ซื้อกองทุนก็แหยง กิมจิ บอนด์ ผลตอบแทนตอนนี้ 1% จากปีที่แล้ว 4%

นี่คือทุกข์ของคนไทยจำนวนมากในปัจจุบัน

ปัญหาเหล่านี้กำลังถูกคลี่คลายลง เมื่อสถาบันการเงินต่างตั้งแผนกหนึ่งขึ้นมา คัดสรร สร้างคนขึ้นมาให้เป็น “มืออาชีพ” เข้ามาดูแล “การเงินส่วนบุคคล” ให้กับลูกค้าเป็นกรณีพิเศษ

ปัจจุบันธุรกิจนี้แข่งขันกันหนัก และไม่จำกัดวงเฉพาะลูกค้าเงินหนาร้อยล้าน พันล้านเท่านั้นที่ได้รับสิทธินี้

มีเงินเก็บ 110 ล้านบาทก็ได้รับสิทธิเป็นลูกค้าพิเศษ

มนุษย์เงินเดือนตั้งแต่ 37 หมื่นบาทก็สามารถเป็นลูกค้าพิเศษที่สามารถจ้างมืออาชีพมาจัดการเงินให้ออกดอกงอกเงยได้

กสิกรไทยเปิดให้บริการรับวางแผนการเงินส่วนบุคคล K WePlan มาปีเศษ ปรากฏว่าในปี 2552 มีผู้ใช้บริการที่ปรึกษาด้านวางแผนการเงินกว่า 34 หมื่นคนเข้าไปแล้ว

ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาใช้บริการเป็นกลุ่มมีรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 37 หมื่นบาทมีถึง 33% รายได้เดือนละ 1 แสนบาทขึ้นไปมีแค่ 14%

สิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจคือ ขอให้ช่วยวางแผนเพื่อการเกษียณอายุ การวางแผนเพื่อการศึกษาบุตร วางแผนเพื่อซื้อสินค้า วางแผนเพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ผ่านการออมและการลงทุน

รูปแบบการบริหารเงินส่วนบุคคลในขณะนี้ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมเท่านั้น บริษัทประกันชีวิตกำลังก้าวเข้ามามีบทบาทแข่งในบริการนี้มากขึ้น

บริษัท แอ๊ดวานซ์ไลฟ์ ประกันชีวิต (เอไลฟ์) คือมดผู้หาญกล้าแข่งกัดกับช้าง

เอไลฟ์มองเห็นช่องว่างว่า ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มีแต่ใช้จ่าย แต่ขาดความเข้าใจในการจัดการการเงินที่เหมาะกับตัวเองที่ดีพอ

ดังนั้นสงแรกทสิ่งแรกที่บริษัทประกันไซส์เล็กเข้าไปดูแลลูกค้าคือ ให้ความสำคัญกับเรื่องหนี้สินเป็นหลัก

ใครที่ผ่อนบ้าน ผ่อนรถอยู่ ก็จะวางแผนให้ปลดหนี้ก่อนกำหนดได้หรือไม่ เช่น การเพิ่มค่างวดต่อเดือนไปอีก 3,0004,000 บาท เป็นไปได้หรือไม่ เงินที่เหลือก็นำไปหารายได้ให้

บางคนยอมเป็นหนี้ระยะยาว แต่ต้องการเก็บเงินสดไว้ก็จัดการให้

บริการของเอไลฟ์ จะเน้นจับกลุ่มลูกค้าที่มีฐานเสียภาษีตั้งแต่ 20% เป็นหลัก เนื่องจากเป็นกลุ่มรายได้สูงและมีโอกาสออมเงินสูง ด้วยการเข้าไปดูแลทางด้านการเงิน ทั้งการลงทุนระยะสั้น กลาง ยาว การวางแผนด้านภาษี แผนเงินออม แผนการลงทุน

ที่สำคัญบริษัทประกันรายนี้ไม่ได้มีการคิดค่าบริการหรือค่าบริหารจัดการกับลูกค้า ลูกค้าจะไม่มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น

แม้กระทั่งว่าได้เสนอแผนทางการเงินให้แก่ลูกค้าแล้ว และลูกค้าไม่ทำตามแผนก็ไม่คิดเงิน

บริษัทประกันรายนี้ จะมีรายได้จากค่าคอมมิชชันที่ได้จากการขายสินค้าหรือกองทุนต่างๆ จากคู่ค้าที่เป็นพันธมิตรเท่านั้น

ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องยัดเยียดสินค้าให้แก่ลูกค้า และการที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายกับลูกค้า ทำให้การเสนอผลตอบแทนสามารถทำได้สูงกว่าตลาด

แผนการลงทุนด้านต่างๆ ให้กับลูกค้าของเอไลฟ์เฉลี่ยตอนนี้ก็ให้ผลตอบแทนสูงถึงปีละ 4.49% และมีการติดตามรายงานผลตอบแทนให้ลูกค้ารู้ทุกเดือนว่าเงินที่ลงไปรายได้งอกเงยแค่ไหน ถือเป็นบริการที่ไม่น่ามองข้ามยามทุกอย่างฝืดเคือง

เพราะผลตอบแทนในระดับ 4.49% ขณะที่ในปี 2552 ผลตอบแทนจากลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ทั่วไปเฉลี่ยได้ 1.35% สูงสุด 6.43% กองทุนตลาดเงินเฉลี่ย 1.37% สูงสุด 2.73% กองทุนหุ้นเฉลี่ย 57.98% สูงสุด 79.83% ทองคำเฉลี่ย 20%

การมีมืออาชีพมาดูแลเงินให้โดยไม่คิดสตางค์จึงน่าสนไม่น้อย

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่