posttoday
การเมืองสงบ แต่เศรษฐกิจซบ ทำเที่ยวไทยซึมตาม

การเมืองสงบ แต่เศรษฐกิจซบ ทำเที่ยวไทยซึมตาม

17 เมษายน 2554

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ไม่มีภาพความวุ่นวายทางการเมือง ไม่มีกลุ่มควันสีดำปกคลุมไปทั่วฟ้ากรุงเทพฯ

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ไม่มีภาพความวุ่นวายทางการเมือง ไม่มีกลุ่มควันสีดำปกคลุมไปทั่วฟ้ากรุงเทพฯ

เมืองฟ้าอมรเหมือนอย่างเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ในปีนี้นักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างออกมาเที่ยวสาดน้ำกันตามแหล่งสาดน้ำสงกรานต์ ไม่ว่าจะเป็นถนนข้าวสาร และถนนสีลม ซึ่งกลายเป็นแหล่งสงกรานต์แห่งเมืองกรุงเสียแล้ว

หากเทียบกับเมื่อปีที่ผ่านมา พื้นที่ของเมืองไทยกลายเป็นพื้นที่ต้องห้ามของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยแต่ละประเทศต่างประกาศเตือนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยในช่วงเดือน เม.ย.ปีที่แล้วว่า เป็นพื้นที่ที่ไม่มีความปลอดภัย แม้ว่าเหตุการณ์ความวุ่นวายจะเกิดขึ้นแต่ในกรุงเทพฯ แต่ผลกระทบก็ลุกลามไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยวในช่วงดังกล่าวหายไปจากตลาดกว่า 70% รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยก็ชะลอการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเช่นเดียวกัน

การเมืองสงบ แต่เศรษฐกิจซบ ทำเที่ยวไทยซึมตาม

แตกต่างจากบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ที่ค่อนข้างจะคึกคัก เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ส่วนหนึ่งมาจากหน่วยงานหลักที่ทำหน้าโฆษณาประชาสัมพันธ์ปลุกกระแสให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ อย่าง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ทุ่มงบกว่า 34 ล้านบาท สนับสนุนการจัดงานใหญ่ภายใต้ชื่อ “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2554” ใน 13 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี สมุทรปราการ สุพรรณบุรี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต หาดใหญ่ นครราชสีมา ขอนแก่น นครพนมและเชียงใหม่

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางลงพื้นที่การจัดงานทั้ง 13 แห่ง ราว 1.5-1.6 ล้านคน สร้างรายได้สะพัด 2,000-3,000 ล้านบาท ไม่รวมกับรายได้ทางการท่องเที่ยวในพื้นที่การจัดงานอื่นๆ ที่ต่างจัดความสนุกสนานลงทุกพื้นที่

แต่น่าเสียดายที่ก่อนเทศกาลสงกรานต์ ทางภาคใต้ของไทยประสบกับอุทกภัยครั้งใหญ่ ทำให้แหล่งท่องเที่ยวในภาคใต้ส่วนใหญ่ประสบปัญหาความเสียหายและการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ ทำให้เทศกาลสงกรานต์ของภาคใต้ต้องซบเซาลงอย่างมาก และทำให้การท่องเที่ยวของภาคใต้ทรุดลงตามไปด้วย

ยังดีที่หาดใหญ่และภูเก็ตไม่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และยังทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางลงไปท่องเที่ยวได้ไม่น้อย

ขณะที่เหตุการณ์ภัยพิบัติจากคลื่นสึนามิ ประเทศญี่ปุ่น ยิ่งทุบอารมณ์การท่องเที่ยวของไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ ข้าวยากหมากแพง น้ำมันขึ้นราคา ก็ยิ่งทำให้อารมณ์ไทยเที่ยวไทยเหี่ยวเฉาลงไปอีก

อย่างไรก็ตาม จากสภาพอากาศที่ไม่ปกติและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ผลสำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพและปริมณฑล จำนวน 1,000 คนของ ททท.ได้ผลออกมาว่า กว่า 50% จะหยุดอยู่บ้านพักผ่อนกับครอบครัวมากกว่าการเดินทางออกต่างจังหวัด โดยจากเดิมได้มีการประเมินว่าปัญหาภัยพิบัติสึนามิพัดถล่มประเทศญี่ปุ่น ทำให้นักท่องเที่ยวไทยกว่า 1 แสนคนไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ และกลุ่มดังกล่าวจะเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น 20%

การเมืองสงบ แต่เศรษฐกิจซบ ทำเที่ยวไทยซึมตาม

มัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ บอกว่า นักท่องเที่ยวไทยที่ยกเลิกการไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงนี้ก็ไม่ได้หันกลับมาวางแผนเที่ยวในประเทศมากขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวต้องการบรรยากาศที่แตกต่างจากการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ จึงเป็นการชะลอแผนการเดินทางออกต่างประเทศเท่านั้น

ทั้งนี้ บรรยากาศท่องเที่ยวสงกรานต์ในต่างจังหวัดยังเป็นไฮไลต์และหัวใจสำคัญที่จะผลักดันให้การท่องเที่ยวของไทยเดินหน้าไปได้ อย่างภาพรวมการเล่นน้ำสงกรานต์ จ.เชียงใหม่ เป็นเป้าหมายอันดับแรกที่คนไทยมีความต้องการเดินทางไปเล่นน้ำสงกรานต์มากสุด วัดได้จากยอดการจองห้องพักใน จ.เชียงใหม่ มีอัตราการเข้าพักในช่วงวันหยุดสงกรานต์กว่า 90% สูงที่สุดในรอบ 4 ปี นับจากเกิดเหตุการณ์ทางการเมือง

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมและเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายได้แก่ ถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น ซึ่งคนไทยจากทั่วสารทิศเริ่มหลั่งไหลไปเที่ยวมากขึ้น เทียบจากช่วงแรกที่เริ่มทำการส่งเสริม เมืองพัทยาก็ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนกรุงเทพฯ นิยมเดินทางไปพักผ่อน เนื่องจากมีระยะทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก รวมถึงราคาค่าห้องพักได้ปรับตัวลดลง ทำให้อัตราการเข้าพักของพัทยาเต็ม 100%

อุดม ศรีมหาโชติ ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) และอุปนายกทีเอชเอภาคตะวันตก บอกว่า การเดินทางเข้าพักหัวหิน ชะอำ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ลดลง 15-20% เนื่องจากคนไทยได้ย้ายฐานการเดินทางท่องเที่ยวไปแถบพัทยามากขึ้น เพราะราคาห้องพักถูกกว่าหัวหิน 20% รวมถึงหน่วยงานภาครัฐมุ่งโฆษณาประชาสัมพันธ์การเดินทางมากกว่าหัวหิน ชะอำ ทำให้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ชะอำ หัวหิน มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 50%เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม หลังเทศกาลสงกรานต์ผู้ประกอบการโรงแรมเตรียมหารือร่วมกันเพื่อร่วมมือกันจัดการเดินทางท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยง ระหว่างเส้นทางตลาดน้ำอัมพวามาพักที่หัวหิน ชะอำ มากกว่าเน้นการลดราคาเพื่อจูงใจ เพราะต้องการรักษาระดับคุณภาพของแหล่งท่องเที่ยวหัวหิน ที่ช่วยคัดกรองกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ และบริเวณใกล้เคียง

ด้านบรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ในภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ใน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับผลกระทบหนัก ททท.และจังหวัด ได้ปรับลดเนื้อหาการจัดงาน โดยร่วมกันตักบาตรทำบุญ เพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิต มากกว่าการเน้นงานเฉลิมฉลองเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ส่วนพื้นที่อื่นอย่าง ภูเก็ต หาดใหญ่ การจัดงานยังเป็นไปตามปกติ โดยเฉพาะหาดใหญ่ จ.สงขลา อัตราการเข้าพักเต็ม 100% เนื่องจากนักท่องเที่ยวสิงคโปร์ มาเลเซียได้ข้ามฝั่งมาร่วมเล่นน้ำและท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วย

ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นพื้นที่แห่งใหม่ของคนกรุงเทพฯ ที่หลั่งไหลมุ่งสู่ถนนเศรษฐกิจอย่างถนนสีลมนับแสนคน เพื่อเล่นน้ำสงกรานต์อย่างสนุกสนานไม่แพ้ถนนข้าวสาร จนกรุงเทพมหานคร (กทม.) วางแผนจัดงานเทศกาลสงกรานต์บนถนนแห่งนี้อย่างเป็นทางการในปีหน้า ซึ่งแนวคิดนี้จะมีการสำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ ในลำดับถัดไป

จะเห็นได้ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาว สามารถสร้างกระแสการเดินทางและบรรยากาศทางการท่องเที่ยวที่เงียบเหงามาหลายปีติดต่อกันให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

แม้เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่เชื่อว่าภาพลักษณ์การสาดน้ำ รอยยิ้มแห่งความสนุกสนานในครั้งนี้ อาจเป็นยาชั้นดีที่ช่วยลดภาพความรุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยไม่มากก็น้อย ภาพความประทับใจเหล่านี้อาจเป็นสื่อช่วยจูงใจให้ชาวต่างชาติเดินทางกลับเข้าไทยได้อย่างคึกคักหลังจากนี้ไปก็เป็นไปได้

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่