
แบงก์เตรียมฟื้นฟูสาขาใต้
กสิกรไทย เตรียมเปิดบริการสาขาและตู้เอทีเอ็มที่ถูกน้ำท่วม 7 เม.ย.นี้ เชื่อปริมาณเงินสดช่วงสงกรานต์ในภาคใต้ไม่ขาดแคลน เล็งดึงเงินจากศูนย์ย่อยสำรองการใช้จ่าย
กสิกรไทย เตรียมเปิดบริการสาขาและตู้เอทีเอ็มที่ถูกน้ำท่วม 7 เม.ย.นี้ เชื่อปริมาณเงินสดช่วงสงกรานต์ในภาคใต้ไม่ขาดแคลน เล็งดึงเงินจากศูนย์ย่อยสำรองการใช้จ่าย
นายอำพล โพธิ์โลหะกุล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารจะกลับมาเปิดให้บริการสาขาและตู้เอทีเอ็มที่เสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมใน อ.พุนพิน และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ตามปกติอีกครั้งในวันที่ 7 เม.ย.นี้
ดังนั้น จึงคาดว่าจะไม่เกิดปัญหาขาดแคลนเงินสดในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่ภาคใต้ สำหรับเรื่องเส้นทางการขนส่งเงินบางส่วนที่ถูกตัดขาดนั้น ธนาคารจะใช้วิธีการกระจายเงินจากศูนย์เก็บเงินย่อยแทน
ทั้งนี้ ธนาคารจะมีการสำรองเงินสดในช่วงสงกรานต์ไม่น้อยกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 3,000-5,000 ล้านบาท เนื่องจากในปีนี้มีวันหยุดติดต่อกันยาวกว่าปีที่แล้ว จึงคาดว่าจะมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากเดิม 5-7% และมีรถขนเงินสำรองเอาไว้แล้ว
นายประดิษฐ์ เลี่ยวศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจสาขา ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า เหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการกระจายเงินสดเพื่อสำรองการใช้จ่ายในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ของธนาคาร เนื่องจากธนาคารมีศูนย์เก็บเงินสดกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ รวมถึงภาคใต้ จึงไม่จำเป็นต้องขนส่งเงินสดทั้งหมดจากกรุงเทพฯ
อย่างไรก็ดี จึงมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาการขาดแคลนเงินสดในพื้นที่ภาคใต้อย่างแน่นอน หากไม่เกิดเหตุภัยธรรมชาติเข้าซ้ำเติมในช่วงดังกล่าว ทั้งนี้ธนาคารได้เตรียมสำรองเงินสดในตู้เอทีเอ็มเพิ่มขึ้นในช่วงสงกรานต์นี้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาหรือราว 8,000 ล้านบาท
“ในช่วงแรกที่เกิดน้ำท่วม รถขนเงินของเราไม่สามารถวิ่งลงไปในพื้นที่ประสบภัยได้ เพราะมีถนนและเส้นทางหลายแห่งถูกตัดขาด นอกจากนี้ยังมีสาขาและตู้เอทีเอ็มของธนาคารบางส่วนที่ได้รับความเสียหาย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้ว จึงคาดว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์รถขนเงินจะกลับมาวิ่งได้อีกครั้ง จึงไม่น่าจะเกิดปัญหาขาดแคลนเงินสด” นายประดิษฐ์ กล่าว
ด้านนายอนุชิต อนุชิตานุกูล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์และบริการจัดการทางการเงิน ธนาคารกรุงไทย คาดว่าเหตุการณ์อุทกภัยจะส่งผลให้ปริมาณความต้องการใช้เงินสดในพื้นที่ภาคใต้ระหว่างเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้มีไม่มากเช่นปีก่อนๆ ดังนั้นแม้ว่าเส้นทางการขนส่งเงินบางส่วนยังถูกตัดขาด แต่เชื่อว่าธนาคารยังสามารถรับมือและมีเงินสำรองเพียงพอสำหรับความต้องการใช้จ่ายในช่วงดังกล่าว
“ผมมองว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้ประสบภัยส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการเงินสดจำนวนมาก เพราะถึงมีเงินไปก็ไม่รู้จะไปจับจ่ายที่ไหน แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการมากกว่า คือ สิ่งของบริจาคที่จำเป็นต้องการดำรงชีวิตมากกว่า เรื่องความกังวลต่อการขาดแคลนต่อการขาดแคลนเงินสดจึงยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญ” นายอนุชิต กล่าว
รายงานข่าวจากธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย แจ้งว่า ธนาคารมีแผนสำรองเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็มทั้งหมด 510 ตู้ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,160 ล้านบาท และสำรองเงินสดในสาขา 151 แห่งทั่วประเทศ รวมกันอีกวันละ 200 ล้านบาท ขณะที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้สำรองเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็มเป็นจำนวน 1.5 หมื่นล้านบาท และผ่านสาขา 5,000 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 5,000 ล้านบาท







