
แนะไทยมีมือถือ3จีอุตฯไอซีทีโตกระฉูด
กูรูไอซีทีแนะไทยเร่งแก้นโยบาย กำหนดอำนาจหน่วยงานกำกับดูแลสร้างความเชื่อมั่นอุตฯ ดัน 3จี เกิด ผลักดันลงทุน 3จี บรอดแบนด์แห่งชาติ
กูรูไอซีทีแนะไทยเร่งแก้นโยบาย กำหนดอำนาจหน่วยงานกำกับดูแลสร้างความเชื่อมั่นอุตฯ ดัน 3จี เกิด ผลักดันลงทุน 3จี บรอดแบนด์แห่งชาติ
นายมาร์ก ไอน์สไตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน เปิดเผยว่า ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาไอซีทีของประเทศให้มากขึ้น โดยปัจจัยหนึ่งคือ ต้องจัดให้มีหน่วยงานกำกับดูแลที่เป็นอิสระ และมีอำนาจอย่างแท้จริง เพราะที่ผ่านมาหน่วยงานกำกับดูแลไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการได้ และความที่ไม่มีอำนาจเด็ดขาดทำให้ขาดความเชื่อมั่นว่าจะมีการดำเนินการตามแผนตามที่แผนแม่บทกำหนดไว้
ความไม่ชัดเจนดังกล่าวส่งผลต่อการพัฒนาด้านไอซีทีของไทยอย่างมาก เช่น การที่ปริมาณครัวเรือนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ของไทยต่ำกว่า 10% หากสามารถเพิ่มจำนวนครัวเรือนได้ทุก 1% จะสามารถเพิ่มจีดีพีได้ 1.2% ซึ่งต้องมีการลงทุนมากขึ้นโดยเฉพาะการขยายความครอบคลุม ไม่ใช่แค่ลงทุนเพื่อเพิ่มความเร็ว ซึ่งหนึ่งในนโยบายที่จะช่วยผลักดันได้ดีคือ โครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติเป็นเรื่องที่ต้องเร่งให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ในต่างประเทศก็ใช้โครงข่ายแห่งชาติกันทั้งนั้น เช่น สิงคโปร์, ออสเตรเลีย หรือจีนก็กำลังดำเนินการอยู่
นอกจากนี้ แม้ประเทศไทยจะมีปริมาณซิมการ์ดที่เปิดใช้งานกว่า 110% ต่อจำนวนประชากร แต่มีอัตราการเติบโตของตลาดเพียง 2.2% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ซึ่งสาเหตุหลักที่ตลาดเติบโตน้อยเนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีโทรศัพท์ระบบ 3จี ทำให้การใช้งานดาตาคอนเทนต์น้อยกว่าที่ควร การพัฒนาอีโคซิสเต็มส์ไม่เกิดขึ้น ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการใช้บริการ 3จี ต่ำกว่า 5% ทั้งนี้ หากสามารถผลักดันโครงการ 3จี ทีโอที ให้เกิดขึ้นได้ อาจเห็นอัตราการเติบโตของตลาดที่ 5-6%
““ทั้งนี้การพัฒนาบรอดแบนด์ของไทย คือการมี 3จี
สุดท้ายเรื่องทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ ประเทศไทยต้องมีการลงทุนด้านโครงข่ายและสร้างการเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้เกิดขึ้นได้จริงก่อน ไม่ว่าจะผ่าน 3จี หรือโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ และต้องไม่จำกัดแค่ในพื้นที่เขตเมืองแต่ต้องกระจายไปยังต่างจังหวัด การมีโครงข่ายไปถึงจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดบริการใหม่ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะ ด้านการศึกษาและการสาธารณสุข
ทั้งนี้ ภายในปี 2558 การเข้าถึงบรอดแบนด์ในแต่ละครัวเรือนในประเทศไทยอาจเพิ่มเป็น 4050% ได้แต่ปัจจัยหลักคือ ต้องมีการให้บริการ 3จี เป็นช่องหลักกว่า 80% ขณะที่ 4จี ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มาก ยังไม่มีความแน่นอนทั้งอุปกรณ์โครงข่าย อุปกรณ์พกพา คลื่นความถี่ ทั้งอุปกรณ์ยังมีราคาสูงต้องใช้เวลาอีกประมาณ 5 ปีเป็นอย่างน้อย ดังนั้น 3จี จึงเป็นทางออกที่น่าจะดีที่สุด โดยอุปสรรคหลักของไทยที่ต้องเร่งแก้ คือ รัฐต้องมีการกำหนดนโยบายที่ชัดเจนต่อประเด็นต่างๆ และอนาคตที่จะก้าวต่อไป ทั้งเรื่องของหน่วยงานกำกับดูแล และเกี่ยวข้อง รวมถึงสัญญาสัมปทาน” นายมาร์ก กล่าว







