
ยันใช้เงินกองทุนน้ำตาลชดเชยค่าบรรจุถุงไม่ผิดกม.
สอน.-ชาวไร่-โรงงานน้ำตาลเห็นพ้องนำเงินกองทุนฯ มาชดเชยค่าบรรจุถุงไม่ผิดหลักกฎหมาย โยนพาณิชย์หาวิธีอื่นแก้ปัญหา
สอน.-ชาวไร่-โรงงานน้ำตาลเห็นพ้องนำเงินกองทุนฯ มาชดเชยค่าบรรจุถุงไม่ผิดหลักกฎหมาย โยนพาณิชย์หาวิธีอื่นแก้ปัญหา
นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสำนักงานอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับตัวแทนชาวไร่อ้อย และโรงงานน้ำตาล ว่า การนำเงินกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายไปชดเชยค่าบรรจุถุงน้ำตาล 1 กิโลกรัม ในทางกฎหมายแล้วคงจะใช้เงินในส่วนนี้ไม่ได้ เนื่องจาการนำเงินกองทุนฯมาใช้ต้องเพื่อรักษาเสถียรภาพน้ำตาลภายในประเทศ คือ ต้องเกิดภาวะขาดแคลน ไม่มีน้ำตาลกิน แต่ขณะนี้สถานการณ์น้ำตาลไม่ได้ขาดแคลนและเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ กฎหมายจึงไม่อำนวยให้นำเงินกองทุนฯ มาใช้ได้
ดังนั้น ทางกระทรวงพาณิชย์จึงต้องหาวิธีการอื่นๆ เข้ามาแก้ปัญหาในเรื่องนี้แทน เพราะวิธีของกองทุนฯ ใช้ไม่ได้ รวมทั้งเรื่องค่าบรรจุถุงเป็นเรื่องบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและอยู่ในความดูแลของกระทรวงพาณิชย์อยู่แล้ว นอกจากนี้การสั่งการให้โรงงานน้ำตาลผลิตน้ำตาลแบบบรรจุถุง 1 กิโลกรัม ก็ไม่ได้อยู่ภายใต้พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย ทางกระทรวงอุตสาหกรรมมีหน้าที่จัดสรรการผลิตและดูแลปริมาณให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภคในประเทศ ซึ่งการที่โรงงานจะเลือกบรรจุถุง 1 กิโลกรัมหรือไม่นั้นเป็นการตัดสินใจของโรงงานน้ำตาล แต่ขณะนี้ก็ได้ขอความร่วมมือให้โรงงานน้ำตาลผลิตน้ำตาลถุง 1 กิโลเพิ่มขึ้นแล้ว
“อยากให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยไปบอกโมเดิร์นเทรดให้ตักน้ำตาลชั่งกิโลขายเอง หรือขอความร่วมมือให้เปลี่ยนพฤติกรรมการขายน้ำตาล เพื่อเป็นหาทางเลือกให้ประชาชน โดยการหารือในครั้งนี้ เพื่อเตรียมตัวไปนำเสนอคณะกรรมการที่กระทรวงพาณิชย์จะตั้งขึ้นมา และตามขั้นตอนแล้วการพิจารณาใช้เงินกองทุนฯ จะต้องผ่านที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ และคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายก่อนที่จะไปนำเสนอเข้าครม. ไม่ใช่อยู่ๆจะนำเสนอเข้าไปได้เลย” นายประเสิรฐ กล่าว
สำหรับปริมาณน้ำตาลในขณะนี้โควตา ก (เพื่อบริโภคในประเทศ) กำหนดไว้ที่ 25 ล้านกระสอบ ขึ้นงวดไปแล้ว 7.97 ล้านกระสอบ ขายไปแล้ว 6.67 ล้านกระสอบ เหลือค้างกระดาน 1.29 ล้านกระสอบ รวมเหลือน้ำตาลโควตา ก จำนวน 18.44 ล้านกระสอบ ขณะที่น้ำตาลบรรจุถุง 1 กิโลกรัมปีนี้กำหนดไว้ที่ 266 ล้านถุง ผลิตไปแล้ว 87.6 ล้านถุง ขายไปแล้ว 71.8 ล้านถุง เหลือ 16 ล้านถุง
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ชี้แจงไปแล้วว่า การที่มีน้ำตาลเพิ่มขึ้น 3 ล้านกระสอบ เท่ากับปริมาณอ้อยที่เพิ่มมากขึ้น นั่นหมายถึงจำนนวนหนี้ชดเชยค่าอ้อยกู้ต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1,050 ล้านบาท จากอ้อยที่เพิ่มขึ้น 10 ล้านตัน ซึ่งเป็นภาระของกองทุนฯที่มีเพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเก็บเงิน 5 บาทต่อกิโลเข้ากองทุนฯ อย่างเดียว
นายชัยวัฒน์ คำแก่นคูณ ประธานชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน และนายกสมาคมชาวไร่อ้อยน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ชาวไร่ไม่เห็นด้วยที่จะใช้เงินกองทุนฯไปชดเชยค่าถุง และปัญหาน้ำตาลขาดแคลนก็ไม่มี ถ้าขาดจริงกองทุนฯ พร้อมที่จะจ่ายเงินซื้อน้ำตาลต่างประเทศมาให้ผู้บริโภคอยู่แล้ว เหมือนที่ทำในปีก่อน
นายชลัช ชินธรรมมิตร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานธุรกิจและสายงานผลิต บริษัทน้ำตาลขอนแก่น กล่าวว่า หากมีผู้ประกอบการรายต้องการทำน้ำตาลบรรจุถุง 1 กิโลกรัม ภายใต้ค่าบรรจุถุง 75 สตางค์ ให้แจ้งมาที่ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลได้







