
แกรมมี่วาดแผน5ปีทีวีดาวเทียม100ช่อง
เปิดแพลตฟอร์มเม.ย.นี้/อาร์สยามลุยลูกทุ่งผ่านเน็ต
เปิดแพลตฟอร์มเม.ย.นี้/อาร์สยามลุยลูกทุ่งผ่านเน็ต
ค่ายบันเทิงคึก แกรมมี่จับพันธมิตรเปิดแพลตฟอร์ม เม.ย.นี้ คุย 5 ปี มี 100 ช่อง ด้านอาร์สยาม ชูแนวเพลงลูกทุ่งร่วมสมัย ทำรายการผ่านเน็ต เข้าชิงเค้กฟรีทีวี 6 หมื่นล้าน
นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เปิดเผยว่า เดือน เม.ย.นี้ บริษัทจะเปิดตัวแพลตฟอร์มการรับชมช่องรายการโทรทัศน์ดาวเทียม โดยอยู่ระหว่างการพูดคุยกับพันธมิตรกลุ่มเทคโนโลยี เพื่อร่วมพัฒนาระบบและเทคโนโลยีการออกอากาศ จัดจำหน่ายและทำตลาดกล่องรับสัญญาณร่วมกัน เพื่อขยายธุรกิจทีวีดาวเทียมอย่างครบวงจร
“ด้านคอนเทนต์เรามีความพร้อมอยู่แล้ว ทั้งคอนเทนต์เราเอง ซื้อมาและคอนเทนต์จากพันธมิตร ขณะเดียวกันต้องมีพันธมิตรด้านเทคโนโลยีด้วย เพื่อพัฒนาคอนเทนต์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุด เพราะสุดท้ายฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ต้องรวมกัน เป็นมัลติมีเดีย” นายไพบูลย์ กล่าว
ทั้งนี้ แพลตฟอร์มการรับชมช่องรายการทีวีดาวเทียมของแกรมมี่ อยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบธุรกิจ โดยคาดว่าภายใน 5-10 ปี จะมีจำนวนช่องให้รับชมไม่ต่ำกว่า 100 ช่อง รวมทั้งขยายการรับชมสู่ช่องทางอื่น ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ทีวี โมบาย ทีวี
ล่าสุด ได้จับมือกับเจเอสแอล เปิดช่อง เจเอสแอล แชนแนล รวบรวมรายการของเจเอสแอลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมาออกอากาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เม.ย.นี้ ก่อนหน้านี้ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้ร่วมกับบริษัท เอสทีจี มัลติมีเดีย เปิดช่องเจเคเอ็น ช่องซีรีส์ญี่ปุ่น เกาหลี และจะเปิดช่องเพลย์ แชนแนล โดยความร่วมมือกับบริษัท จีทีเอช เร็วๆ นี้
นายไพบูลย์ กล่าวว่า ภายใน 3–5 ปี การรับชมรายการโทรทัศน์จานดาวเทียม จะครอบคลุมการรับชมใกล้เคียงกับเสาอากาศก้างปลา ซึ่งจะทำให้โอกาสการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมและฟรีทีวีอยู่บนพื้นฐานเดียวกันมากขึ้น และมีโอกาสที่ผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมจะเข้าไปชิงส่วนแบ่งตลาดโฆษณาจากฟรีทีวีมูลค่า 6 หมื่นล้านบาทได้มากขึ้น
สำหรับปีที่ผ่านมา งบโฆษณาผ่านโทรทัศน์ดาวเทียมมีมูลค่า 2,500 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5% จากงบโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ คาดว่าปีนี้จะมีมูลค่า 5,000 ล้านบาท โดยจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีรายได้จากทีวีดาวเทียม 340 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา ปีนี้คาดเพิ่ม 100%
อาร์สยาม ชูแนวเพลงลูกทุ่งรวมสมัยขยายฐานลูกค้าวัยรุ่นโต ตอกย้ำกลยุทธ์รวมศูนย์ทุกช่องทาง รุกตลาด ปีนี้ตั้งเป้าโต 20% ฟันยอดขาย 640 ล้านบาท
ด้านนายศุภชัย นิลวรรณ รองกรรมการผู้อำนวยการดูแลงานเพลงลูกทุ่ง ธุรกิจเพลง และกรรมการผู้จัดการค่ายเพลงอาร์สยาม บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า หลังจากบริษัททดลองผลิตเพลงลูกทุ่งแนวร่วมสมัย อาทิ ศิลปินกลุ่มวงบลูเบอร์รี่ ศิลปินเดี่ยว เช่น ลูกตาล ใบเตย และ กระแต ในกลางปีที่ผ่านมาพบว่าได้รับการตอบรับดี โดยสามารถขยายฐานลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น 15–25 ปีได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อวัดจากจำนวนผู้ชมจากโทรทัศน์ดาวเทียมช่องสบายดี จะเห็นได้ว่ามีสัดส่วนลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น 50% และกลุ่มเด็กเล็กไปจนถึงกลุ่มผู้ใหญ่อายุ 25 ปีขึ้นไป 50%
ขณะที่แผนตลาดปีนี้ บริษัทยังคงชูกลยุทธ์ วัน สต็อป เซอร์วิส มิวสิก มาร์เก็ตติง หรือการทำตลาดผ่านเพลงลูกทุ่งอย่างครบวงจร โดยมีลูกค้าเก่าจากปีที่ผ่านมาต่อสัญญาระยะยาวเรียบร้อยแล้ว เช่น โตโยต้า กระทิงแดง ปูนตราเสือ เป็นต้น
ปีนี้ตั้งเป้ารายได้จากส่วนนี้ไว้ที่ 50 ล้านบาท การขายโฆษณาผ่านโทรทัศน์ดาวเทียมช่องสบายดี ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 150–180 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้มีแผนที่จะขยายช่องทางการนำเสนอและเผยแพร่ผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยกำลังเจรจากับตัวแทนที่สนใจในประเทศสหรัฐ คาดว่าในช่วงครึ่งปีแรกจะสามารถให้บริการ และยังมีช่องทีวีดาวเทียมจากประเทศลาวให้ความสนใจคอนเทนต์จากรายการดังกล่าวอีกด้วย“การเจรจาต่อรองกับผู้ผลิตรายการที่สนใจคอนเท็นต์จากช่องสบายดี ไม่ใช่ผลประโยชน์ในเชิงรายได้ แต่ต้องการวางแนวทางการดำเนินงานที่เป็นระบบ รูปธรรม เพราะการนำเสนอคอนเท็นต์ได้กว้างไกลมากขึ้น ก็ช่วยให้ศิลปินและเพลงขายได้มากขึ้นผ่านการเดินสายโชว์ตัวในต่างประเทศ โดยคาดว่าปีนี้จะเพิ่มจำนวนโชว์จาก 10 รอบ เป็น 20 – 30 รอบ ในประเทศสหรัฐอเมริกา”นายศุภชัย กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนการขายในรูปแบบสื่อดิจิตอลเพิ่มมากขึ้น เช่น การดาวน์โหลดเพลงผ่านทางมือถือ และคอมพิวเตอร์ ซึ่งสอดคล้องกับการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ที่เป็นวัยรุ่น ส่งผลให้รายได้จากช่องทางดังกล่าวเพิ่มขึ้น โดยในปีนี้คาดว่ารายได้จากธุรกิจดิจิตอลจะมีสัดส่วน 55% และคาดว่าภายในอีก 3ปีข้างหน้าสัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 80% ในขณะที่สัดส่วนจากธุรกิจฟิสิกคอลล์ เช่น ซีดี วีซีดี เอ็มพี3 จะลดลงจาก 45% ในปีนี้ เหลือ 20% ในปี 2557ทั้งนี้ เป้าหมายในการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ตั้งเป้าเติบโตทางด้านรายได้ไว้ที่ 20% หรือคิดเป็นมุลค่า 640 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากธุรกิจฟิสิกคอลล์ 23% ธุรกิจดิจิตอล 30% กิจกรรมทางการตลาด 9% การขายสื่อโฆษณาผ่านช่องสบายดี 26% ค่าลิขสิทธิ์ 7% และงานโชว์ศิลปิน 5%







