
หุ้นไทย14มี.ค.เปิดบวก1.45จุด
ตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ ดัชนีเปิดที่ระดับ 1,008.51จุด ปรับบวก1.45จุด มูลค่าการซื้อขาย 1,691.63 ล้านบาท นักวิเคราะห์ชี้ดัชนีอาจหลุดพันจุด
ตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ ดัชนีเปิดที่ระดับ 1,008.51จุด ปรับบวก1.45จุด มูลค่าการซื้อขาย 1,691.63 ล้านบาท นักวิเคราะห์ชี้ดัชนีอาจหลุดพันจุด
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นท่ามกลางหุ้นเอเชียส่วนใหญ่อ่อนตัวลง เช้าวันที่ 14มี.ค.โดยเฉพาะตลาดหุ้นญี่ปุ่นทรุดหนักกว่า 4%
ล่าสุดดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหว บริเวณ 1,009.79 จุด +2.73 จุดหรือ0.27 % เนื่องจากการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่น นำโดยบริษัทไทยออยล์(TOP) 80.25 บาท บวก2.50 บาทหรือ3.22 %
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์(บล.)ฟินันเซีย ไซรัส เปิดเผยว่า ผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นทำให้ค่าการกลั่นปรับเพิ่มขึ้น เช้านี้ค่าการกลั่นเพิ่มมาอยู่ที่ 9.14 เหรียญสหรัฐ จากราคาวันศุกร์อยู่ที่ 7.46 เหรียญสหรัฐ ทำให้บริษัทไทยออยล์( TOP) ได้ประโยชน์มากสุดเพราะเป็นโรงกลั่นใหญ่สุด รองลงมาได้แก่ บริษัทปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น(PTTAR), บริษัทเอสโซ่(ESSO), บริษัทบางจากปิโตรเลียม(BCP)และบริษัทไออาร์พีซี( IRPC)
นอกจากนี้ ราคาถ่านหินอาจปรับขึ้นเพราะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หยุดผลิต ความต้องการอาหารจะเพิ่มขึ้น แต่ความต้องการชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิคส์ ยางพารา ยานยนต์จะชะลอลง
นักวิเคราะห์บล.กสิกรไทยกล่าวว่า โรงกลั่นกับปิโตรฯ ได้ประโยชน์ เพราะที่ญี่ปุ่นปิดโรงกลั่น TOP, ESSO ,PTTCH และSCC เป็นบวก
ส่วนราคาน้ำมันคงปรับลดลงระยะสั้นจากความต้องการน้ำมันจากญี่ปุ่นที่ลดลง หุ้นบริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียมหรือPTTEP และบริษัทปตท.(PTT) เป็นลบ แต่แนะนำให้ใช้โอกาสนี้ในการสะสม
ขณะเดียวกัน กลุ่มส่งออกอาหารอาจเป็นลบ จากการส่งออกที่ต้องหยุดชั่วคราว CPF TUF เป็นลบเช่นกันแนะนำสะสมหุ้น CPF เมื่อมีการปรับลดลงมาและ กลุ่มขนส่งเสียประโยชน์ จากจำนวนเที่ยวบินไปญี่ปุ่นที่ลดลง THAI และ AOT เป็นลบ
กลุ่มเดินเรืออาจได้ประโยชน์จากการขนส่งที่เพิ่มขึ้น TTA RCL แต่ไม่แนะนำให้เก็งกำไรหุ้นกลุ่มนี้ จากพื้นฐานที่ยังอ่อนแอ กลุ่มวัสดุก่อสร้างได้ประโยชน์จากราคาที่ปรับเพิ่มขึ้น TSTH SCC SCCC เป็นบวก
ด้านกลุ่มธนาคารและกลุ่มการบริโภคในประเทศเป็นบวก จากราคาน้ำมันที่ลดลง ทำให้แรงกดดันต่อเงินเฟ้อลดลง แต่คงได้ไม่มาก เนื่องจากมองว่าสุดท้ายราคาน้ำมันจะกลับมาเพิ่มขึ้นเหตุการณ์แผ่นดินไหว เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มเข้ามาในตลาดหุ้น แต่อย่าลืมว่าที่แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรไปก่อนหน้านี้ จากความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงปัญหาหนี้สินในยุโรปที่เริ่มส่อเค้าว่าจะมีปัญหามากขึ้น
อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว จะมีผลกระทบในระยะสั้นต่อตลาดหุ้นซึ่งมีผลต่อการกำหนดกลยุทธ์ระยะสั้น จึงแนะนำให้ลงทุนหุ้นในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้เช่นกลุ่มปิโตรฯ และโรงกลั่น (TOP PTTCH PTTAR) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (SCC SCCC TSTH GSTEEL) และซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานเมื่อราคาอ่อนตัว (PTTEP BANPU) ขณะที่ในระยะสั้นหลีกเลี่ยงกลุ่มอาหาร กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มท่องเที่ยว







