
‘ชาญวีรกูล’รวย111ล.
เก็บเงินปันผล‘STECSTPI’ ดีบีเอสเปิดโพยหุ้นได้ดีเลือกตั้ง
เก็บเงินปันผล‘STECSTPI’ ดีบีเอสเปิดโพยหุ้นได้ดีเลือกตั้ง
“อนุทิน ชาญวีรกูล” และครอบครัว ฟันเงินปันผลจากหุ้น STECSTPI กว่า 111 ล้านบาทตุนเงินลุยเลือกตั้ง ด้านดีบีเอสวิคเคอร์ส เปิดหุ้นได้ประโยชน์จากเลือกตั้ง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล บุตรชายนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ รมว.มหาดไทย เป็นผู้ที่มีรายชื่อการถือหุ้นชัดเจนในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 2 บริษัท คือ บริษัท ซิโนไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) และบริษัท เอสทีพีแอนด์ไอ (STPI) โดยนายอนุทินและครอบครัวได้รับเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 111.6 ล้านบาท
ทั้งนี้ ไม่นับรวมเงินปันผลระหว่างกาลปีนี้ ซึ่งนายอนุทินได้รับจาก STPI เป็นเงินสดจำนวน 82.03 ล้านบาท และหุ้นปันผลอีก 85.87 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 167.90 ล้านบาท
ในปี 2553 STEC มีกำไรสุทธิ 443.76 ล้านบาท โต 45.58% จากปีก่อน จึงประกาศจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.22 บาท ซึ่งนายอนุทินถือหุ้นอยู่ 50 ล้านหุ้น ก็จะได้รับเงิน 11 ล้านบาท ส่วนนางสนองนุช ชาญวีรกูล ภรรยา ถือหุ้น 189.84 ล้านหุ้น ได้รับเงินปันผล 41.76ล้านบาท เท่ากับว่า 2 คน ได้รับเงินปันผลรวม 52.76 ล้านบาท
นอกจากนี้ STPI ประกาศจ่ายปันผลหุ้นละ 1.32 บาท นายอนุทินถือหุ้นอยู่ 34.91 ล้านหุ้น ก็จะได้รับเงิน 46.08 ล้านบาท
ขณะที่กองทุนหุ้นส่วนและหุ้นนายชวรัตน์ โดย บลจ.เอ็มเอฟซีถืออยู่ 9.67 ล้านหุ้น ก็จะได้รับเงิน 12.76 ล้านบาท รวมทั้ง 2 คนได้รับเงินปันผลจาก STPI จำนวน 58.84 ล้านบาท ด้านบริษัทหลักทรัพย์ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า การที่ประเทศไทยจะเดินทางเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปในเร็วๆ นี้ จะทำให้เม็ดเงินในระบบสะพัดขึ้น
อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินจากการเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้นจะเป็นผลดีต่อหุ้นบางกลุ่ม อาทิ กลุ่มสิ่งพิมพ์ เช่น มติชน (MATI) โพสต์ พับลิชชิง (POST) และบริษัท มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG) เพราะจะมียอดขายที่ดีขึ้นจากการติดตามข่าวสารข้อมูลและการโฆษณา
กลุ่มโรงพิมพ์ เช่น โรงพิมพ์ตะวันออก (EPCO) ซึ่งจะมีรายได้จากการพิมพ์แผ่นพับ ใบปลิว และสื่อเพื่อใช้ในการหาเสียง กลุ่มพาณิชย์และอาหารนำโดย บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) บริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) เพราะเม็ดเงินที่สะพัดทำให้การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคดีขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
นอกจากนี้ กลุ่มสื่อ เช่น บริษัท บีอีซีเวิลด์ (BEC) อสมท (MCOT) จะมีรายได้จากค่าโฆษณาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงข่าว และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ไดนาสตี้เซรามิค (DCC) ผลิตภัณฑ์ตราเพชร (DRT) เนื่องจากบริษัทมีรายได้จากการขายในต่างจังหวัดสูงถึง 90% และเน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลางล่าง จึงได้รับประโยชน์มากกว่าบริษัทในกลุ่มเดียวกัน
ที่ผ่านมากลุ่มเช่าซื้อได้รับประโยชน์จากการเลือกตั้งชัดเจน ทำให้การขายรถจักรยานยนต์และสินเชื่อเช่าซื้อโตขึ้นมาก







