
หวั่นน้ำมันวัตถุดิบพุ่งฉุดยางวูบ
บริดจสโตนหวั่นเป้าวืด45%มั่นใจตลาดทดแทนทะลุ8ล้าน
บริดจสโตนหวั่นเป้าวืด45%มั่นใจตลาดทดแทนทะลุ8ล้าน
บริดจสโตนหวั่นราคาน้ำมันวัตถุดิบพุ่ง กดตลาดรวมยางรถยนต์ไม่โต 45% ตามเป้าหมาย แม้มั่นใจเศรษฐกิจยังโต
นายโนบุยูกิ ทะมุระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยบริดจสโตน และบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นสูง และราคาต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น อาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดยางรถยนต์ในภาพรวม และอาจจะทำให้ไม่สามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าตลาดยางรถยนต์ในตลาดทดแทนปีนี้จะเติบโตอีก 45% จากปีที่ผ่านมา หรือมียอดจำหน่ายมากกว่า 8 ล้านเส้น เมื่อเทียบกับยอดจำหน่ายระหว่าง 7.58 ล้านเส้นในปี 2553 ซึ่งนับเป็นปีที่เติบโตสูงมาก ด้วยอัตราการขยายตัว 7.9%
“อย่างไรก็ตาม ไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนสำหรับตลาดยางรถยนต์ในภาพรวม ทำได้เพียงแค่ประมาณการเท่านั้น ซึ่งในปี 2553 ถือว่าตลาดประสบความสำเร็จมาก เนื่องจากในช่วงที่เกิดการชุมนุมประท้วง มีการคาดการณ์ว่าตลาดจะหดตัวกว่าคาดการณ์ แต่ปรากฏว่าไตรมาส 3 กลับเติบโตถึง 9.3%” นายทะมุระ กล่าว
สำหรับเป้าหมายในปีนี้คาดว่าผู้ประกอบการคงตั้งเป้าว่าตลาดจะเติบโต เนื่องจากมีปัจจัยบวกในเรื่องของเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ตลาดรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายมากขึ้น รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ที่เข้ามาในตลาดมากขึ้น แต่ก็ต้องระวังปัจจัยลบในเรื่องต้นทุนสินค้าและราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น
สำหรับบริดจสโตนตั้งเป้าหมายที่จะรักษาส่วนแบ่งตลาดเอาไว้ที่ 55-58% ให้ได้อย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยมีประกาศลงทุนในโรงงานหนองแคเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตยางรถยนต์นั่งให้ได้ 5 หมื่นเส้นต่อวันในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่ผลิตที่ 3,000 เส้นต่อวัน และโรงงานรังสิตที่ผลิตยางรถเชิงพาณิชย์ทั้งหมดนั้น มีกำลังผลิต 8,000 เส้นต่อวัน
ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะต้นทุนที่เพิ่มขึ้น บริษัทได้ประกาศขึ้นราคาจำหน่ายยางรถยนต์ตั้งแต่ 58% ในแต่ละรุ่นตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.นี้ ซึ่งนับเป็นการประกาศขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง จากที่ประกาศขึ้นมาก่อนหน้านี้ในเดือน ต.ค. 35% โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคายางพารา ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก







