posttoday
คลังทุ่ม 4 พันล้าน ซื้อรถเมล์ล็อตใหญ่

คลังทุ่ม 4 พันล้าน ซื้อรถเมล์ล็อตใหญ่

24 กุมภาพันธ์ 2554

...ทีมข่าวการเงิน

โครงการจัดหารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ยังค้างคาอยู่ในมือ ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (กนร.)

หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2553 ตีกลับข้อเสนอของกระทรวงคมนาคม พร้อมมีการซื้อเวลาด้วยการตั้งข้อสังเกตมี 3 ประเด็น

คือ 1.โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด ซึ่งมีพนักงานเข้าร่วม 2,708 คน จาก 6,062 คน ที่เหลืออีกประมาณ 3,000 คน ยังไม่มีแผนชัดเจนในการดูแล

2.โครงการรถโดยสารฟรี 800 คัน จะมีผลกระทบต่อโครงการรถเอ็นจีวีอย่างไร และ 3.การว่าจ้างรถร่วมบริการ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ขอให้มีรายละเอียดมากขึ้น

ครม.ได้ตั้งไตรรงค์ให้ศึกษาข้อเท็จจริง ซึ่งต่อมามีการตั้ง จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช เป็นประธานอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการปฏิรูป องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อเป็นหนังหน้าไฟดูแลเรื่องนี้

แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีการเคาะโครงการรถเมล์เอ็นจีวีออกมาอย่างจริงจัง

ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ก็คือนอกจากสภาพรถเมล์ธรรมดาไม่เอื้ออำนวยแล้ว ขสมก.ยังมีปัญหาเรื่องสัญญาการซ่อมบำรุงที่ไม่ลงตัว ทำให้ปริมาณรถเมล์ที่ออกให้บริการประชาชนน้อยกว่าปกติ

ถือเป็นแรงกดดันให้กระทรวงการคลังในฐานะเลขานุการของ กนร. ต้องชงเรื่องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการจัดซื้อรถเมล์ร้อนและปรับอากาศใหม่จำนวน 2,000 คัน เข้าที่ประชุมใหญ่วันที่ 28 ก.พ.นี้

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การซื้อรถใหม่จำนวน 2,000 คัน เพื่อมาทดแทนรถเก่าที่มีสภาพเก่าไม่ปลอดภัย โดยที่รถใหม่จะมีทั้งรถปรับอากาศ และรถธรรมดา วงเงินที่ซื้อคาดว่าไม่ต่ำกว่า 3,0004,000 ล้านบาท

สำหรับการซื้อรถใหม่ของ ขสมก. ครั้งนี้ เป็นคนละส่วนกับการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีที่กระทรวงคมนาคมเป็นคนดำเนินการ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตามมติของคณะรัฐมนตรี

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การซื้อรถเมล์ใหม่ครั้งนี้จะมีการเสนอให้ ขสมก. จ้างผู้ประกอบการรถภายในประเทศ เพื่อลดต้นทุนและส่งเสริมการประกอบรถภายในประเทศ

โดยจะสั่งเพียงตัวเครื่องและโครงสร้างพื้นฐานของรถจากนอกประเทศเท่านั้น ส่วนประกอบอื่นประมาณ 80% จะใช้ภายในประเทศ

ปัจจุบัน ขสมก. มีรถเมล์รวมประมาณ 3,700 คัน เป็นรถโดยสารปรับอากาศ (แอร์) ประมาณ 1,8001,900 คัน วิ่งให้บริการ 115 เส้นทาง แต่ขณะนี้ ขสมก.กำลังประสบปัญหาใหญ่ คือมีรถเกือบ 800 คันที่อยู่ในภาวะเสีย บางส่วนสามารถซ่อมได้ บางส่วนซ่อมได้แต่ขาดอะไหล่ และบางส่วนซ่อมไม่ได้ ซึ่งมีประมาณ 100 คัน เพราะถูกเผา

นอกจากนี้ ยังมีรถอีก 692 คัน ยี่ห้อมิตซูบิชิ 501 คัน และเมอร์เซเดสเบนซ์อีก 191 คัน ซึ่งกว่า 50% ของรถจำนวนดังกล่าวที่เสียและรอซ่อมมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2554

ดังนั้น การจัดซื้อรถใหม่อีก 2,000 คน จะช่วยแก้ความเดือดร้อนของประชาชนเฉพาะหน้า ขณะที่ในระยะยาวจะต้องมีการปฏิรูปองค์กรแห่งนี้อย่างจริงจังไม่ให้เป็นปัญหาเรื้อรังต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุม กนร. ในวันที่ 28 ก.พ. ยังมีการพิจารณาเอกชนที่ได้รับสัมปทานบริหารท่าเรือแหลมฉบังขอแก้ไขสัญญา เนื่องจากการก่อสร้างล่าช้ากว่าที่ได้ทำสัญญาไว้ เพราะปริมาณการขนส่งออกการนำเข้าในท่าเรือแหลมฉบังน้อยกว่าที่ประมาณการเดิม ซึ่งต้องเสนอเรื่องให้ กนร. พิจารณาว่าสามารถแก้ไขได้หรือไม่

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังในฐานะเลขานุการของ กนร. ยังเสนอร่าง พ.ร.บ.ร่วมทุนภาครัฐและเอกชนฉบับใหม่ เพื่อมาใช้แทนฉบับเก่าปี 2535 ซึ่งจะทำให้การร่วมลงทุนภาครัฐกับเอกชนมีความคล่องตัว ไม่มีปัญหาตามมาเหมือนที่เป็นอยู่ในขณะนี้

โดยเป้าหมายหลักของการแก้กฎหมายเพื่อสนับสนุนให้การพิจารณาโครงการที่ภาคเอกชนสามารถร่วมทุนกับรัฐได้รวดเร็วขึ้น ไม่ติดกฎระเบียบของทางราชการมากเกินไป

ไม่ว่าจะเป็นการขยายวงเงินของโครงการที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกฎหมายฉบับนี้จากเดิมไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เป็น 3,000 ล้านบาท

หมายความว่าจะคุมเข้มเฉพาะโครงการที่มีขนาดใหญ่จริงๆ เท่านั้น ส่วนโครงการขนาดกลางถึงขนาดเล็กจะทำงานได้อย่างคล่องตัว

ไม่เพียงเท่านั้นยังจะมีการลดระยะเวลาการพิจารณาโครงการให้สั้นลงจากเดิมสูงสุดได้ถึง 48 เดือน เป็นไม่เกิน 12 เดือน เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถคำนวณต้นทุนและระยะเวลาในการบริหารงานได้

แผนการแก้ พ.ร.บ.ร่วมทุนที่ใช้มาเกือบ 20 ปีแล้ว ยังจะเป็นการรองรับโครงการรถไฟความเร็วสูง หรือไฮสปีดเทรน กำลังเดินทางมาจากประเทศจีนมูลค่านับแสนล้านบาท

เพราะทางรัฐบาลจีนมีเงินทุนพร้อมอยู่แล้ว เพียงแต่ขอให้ไทยบริหารจัดการกฎหมายให้เอื้ออำนวยต่อการลงทุนเท่านั้น จึงไม่แปลกที่กระทรวงการคลังต้องเร่งดำเนินการไม่เช่นนั้นอาจตกรถไฟขบวนนี้ได้

ปัญหาก็คือหากรัฐบาลมีการยุบสภาก่อน การแก้ไข พ.ร.บ.ร่วมทุนคงต้องเป็นฝันค้าง

สุดท้ายโครงการลงทุนที่เอกชนตั้งเป้าจะร่วมมือกับรัฐบาลก็ยังคงต้องอืดอาดต่อไป

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่