
ศุลกากร เก็บภาษีนำเข้าตั้งแต่ 1 บาทแรก 11 เดือน ทะลุ 4 พันล้าน
ศุลกากรเผย 11 เดือน เก็บภาษีสินค้าออนไลน์ต่างประเทศตั้งแต่ 1 บาทแรกแล้วกว่า 4 พันล้านบาท จาก 225 ล้านชิ้น มูลค่า 4.1 หมื่นล้านบาท พร้อมตรวจสินค้าเนียนติด Made in Thailand
KEY
POINTS
- กรมศุลกากรจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ตั้งแต่ 1 บาทแรก เป็นเวลา 11 เดือน ได้เงินกว่า 4 พันล้านบาท
- ยอดจัดเก็บภาษีดังกล่าวสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 3 พันล้านบาท จากมูลค่านำเข้ารวม 4.1 หมื่นล้านบาท
- ภาคเอกชนพอใจกับมาตรการนี้ เนื่องจากช่วยสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการในประเทศ
หลังไทยเริ่มเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์จากต่างประเทศตั้งแต่ 1 บาทแรก พบว่าการจัดเก็บทำได้เกินเป้าหมาย ขณะที่ภาคเอกชนมองว่ามาตรการช่วยสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน และกรมศุลกากรเตรียมเดินหน้าตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้า
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า มาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สินค้าออนไลน์จากต่างประเทศทุกชิ้นตั้งแต่ 1 บาทแรก ซึ่งเริ่มวันที่ 1 ม.ค. 2569 ปัจจุบันจัดเก็บภาษีนำเข้าได้แล้วกว่า 4 พันล้านบาท จากมูลค่านำเข้าราว 4.1 หมื่นล้านบาท จำนวน 225 ล้านชิ้น สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 3 พันล้านบาท โดยได้หารือกับหอการค้าไทยและสภาหอการค้าไทยแล้ว ซึ่งภาคเอกชนค่อนข้างพอใจกับมาตรการดังกล่าว
เนื่องจากช่วยสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการในประเทศ
ทั้งนี้ สถานการณ์นำเข้าสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าเบ็ดเตล็ด เริ่มทรงตัว เนื่องจากผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มที่มีร้านค้าในประเทศมากขึ้น ลดความจำเป็นในการนำเข้าจากต่างประเทศ ขณะที่กรมศุลกากรอยู่ระหว่างประสานกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อตรวจสอบสินค้าที่ระบุ Made in Thailand แต่ไม่ได้ผลิตในไทยจริง โดยเฉพาะในช่วงที่สหรัฐฯ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้า
“ถามว่าเมื่อเทียบกับมูลค่าสินค้าส่งออกแล้ว สินค้าที่ระบุว่า Made in Thailand แต่ไม่ได้ Made in Thailand ต้องยอมรับว่ามี แต่ไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น ตรงนี้ได้ประสานกับกรมการค้าต่างประเทศเพื่อเข้าไปตรวจสอบแล้ว บางโรงงานที่ลงไปดูพบว่ามีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) จริง มีเครื่องจักรใหญ่โต แต่คลุมผ้าไว้ ก็ต้องเข้าไปจัดการ เพราะถือเป็นอีกภารกิจสำคัญที่ต้องทำ ส่วนหนึ่งจากกรณีที่สหรัฐฯ กล่าวหาไทยในเรื่องเหล่านี้ อาจเกี่ยวข้องกับตัวเลขดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ของไทยที่ยังไม่อัปเดต เนื่องจากยังเก็บข้อมูลจากอุตสาหกรรมเดิม ขณะที่อุตสาหกรรมใหม่ยังไม่ได้บรรจุเข้าไป จึงต้องเข้าไปตรวจสอบ”
สำหรับการจัดเก็บรายได้ของกรมศุลกากรช่วง 11 เดือนปีงบประมาณ 2569 (ต.ค.68-ส.ค.69) จากภาษีและค่าธรรมเนียมแทนหน่วยงานอื่น อาทิ ภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีเพื่อมหาดไทย และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ อยู่ที่ราว 5.9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาดว่าทั้งปีจะจัดเก็บได้กว่า 6 แสนล้านบาท สูงกว่าปีงบประมาณก่อนที่จัดเก็บได้ 5.96 แสนล้านบาท
ขณะที่การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แทนกรมศุลกากรในช่วง 11 เดือน อยู่ที่ 3.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการขยายตัวของมูลค่าการนำเข้าและส่งออก ส่วนรายได้จากภาษีศุลกากรโดยตรงมีข้อจำกัด
เนื่องจากไทยมีข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับหลายประเทศ ทำให้ภาษีนำเข้าส่วนใหญ่เป็นศูนย์ เหลือเพียงสหรัฐฯ กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง (Middle East) และยุโรปบางประเทศที่อาจยังไม่มี FTA
“ส่วนใหญ่ไทยมี FTA กับหลายประเทศ ตรงนี้มีผลต่อการจัดเก็บภาษีของกรมศุลกากรอยู่แล้ว จะมีเพียงสหรัฐฯ กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง (Middle East) และยุโรปบางประเทศเท่านั้นที่อาจจะยังไม่มี FTA ขณะที่การจัดเก็บภาษีของศุลกากร ทุก 100 บาท เก็บภาษีอยู่ที่ราว 0.82 บาทเท่านั้น ถือว่าน้อยมาก ส่วนใหญ่กรมศุลกากรเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมแทนหน่วยงานอื่นค่อนข้างเยอะ”







