
การลงทุนเทคโนโลยีพลังงานสะอาดทั่วโลกลด 17% เหลือ $770,000 ล้าน
Rhodium Group เผยการลงทุนเทคโนโลยีพลังงานสะอาดทั่วโลกลดลง 17% ในครึ่งแรกปี 2026 เหลือ 7.7 แสนล้านดอลลาร์ หลังจีนชะลอลงหนัก
การลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานสะอาดทั่วโลกลดลง 17% เหลือ 7.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 25.9 ล้านล้านบาท) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 หลังการลงทุนในจีนชะลอตัวลงอย่างมาก จนบดบังการเติบโตของตลาดสำคัญในสหรัฐฯ ยุโรป และอินเดีย ตามรายงานของ Rhodium Group บริษัทวิจัยด้านเศรษฐกิจและนโยบาย
รายงานระบุว่า การลดลงของการลงทุนมีจีนเป็นปัจจัยหลัก เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่ ระบบกำหนดราคาตามกลไกตลาดกดดันการลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใหม่ โดยส่วนหนึ่งของการลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนเกิดจากการเร่งลงทุนในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ก่อนที่นโยบายดังกล่าวจะเปลี่ยนผ่าน
การลงทุนที่ Rhodium Group ศึกษาครอบคลุมทั้งภาคการผลิตไฟฟ้า การขนส่ง การผลิตสินค้า และภาคอุตสาหกรรม
สหรัฐฯ ยุโรป อินเดียสวนทางจีน
ขณะที่จีนชะลอตัว การลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมใน สหรัฐฯ ยุโรป และอินเดียยังทรงตัวหรือเพิ่มขึ้น โดย Hannah Pitt ผู้อำนวยการฝ่ายพลังงานและสภาพภูมิอากาศของ Rhodium Group ระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงานที่เกิดจากสงครามอิหร่านมากน้อยเพียงใด
อย่างไรก็ตาม ทั้งสามภูมิภาคมีความอ่อนไหวต่อราคาน้ำมันและก๊าซมากกว่าจีน ทำให้การลงทุนในพลังงานสะอาดอาจได้รับแรงสนับสนุนจากความพยายามลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
ลงทุนผลิตโซลาร์เซลล์ร่วง 62%
ภาคที่ชะลอตัวรุนแรงที่สุดคือ การผลิตอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเผชิญปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินมานาน โดยการลงทุนในโรงงานผลิตโซลาร์เซลล์ทั่วโลกลดลงถึง 62% เหลือ 8,800 ล้านดอลลาร์ (ราว 295,000 ล้านบาท) ในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2026
ขณะที่การลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลดลง 33% ในช่วงครึ่งปีแรก สะท้อนแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมจากการแข่งขันด้านราคาและกำลังการผลิตที่มีมากเกินความต้องการ
บทบาทจีนในโรงงานพลังงานสะอาดลดฮวบ
สัดส่วนของจีนในการลงทุนด้านการผลิตเทคโนโลยีพลังงานสะอาดทั่วโลก ลดลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 33% ในไตรมาส 2 ปี 2026 จากจุดสูงสุดที่ 71% ในไตรมาส 1 ปี 2023
Rhodium Group ระบุว่า เมื่อการลงทุนใหม่ในภาคการผลิตเทคโนโลยีสะอาดของจีนลดลง ภูมิภาคอื่นจึงเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้น แม้สัดส่วนกำลังการผลิตที่มีอยู่ในภูมิภาคเหล่านี้ยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับจีน
อินเดียเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใหม่จาก 2% ในไตรมาส 1 ปี 2023 เป็น 7% ในไตรมาส 2 ปี 2026 ขณะที่ยุโรปเพิ่มจาก 6% เป็น 16%
สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตโซลาร์เซลล์โดยเฉพาะ อินเดียมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยสัดส่วนการลงทุนเพิ่มจาก 5% เป็น 48% ในช่วงเวลาเดียวกัน
เงินลงทุนกลับสู่ระดับปี 2024
การชะลอตัวครั้งนี้ทำให้มูลค่าการลงทุนเทคโนโลยีสะอาดในครึ่งแรกของปี 2026 กลับมาอยู่ใกล้เคียงกับระดับเดียวกับปี 2024 ซึ่งอยู่ที่ 7.62 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 25.6 ล้านล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มอาจเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาสต่อ ๆ ไป โดยรายงานพบว่า การลงทุนด้านการผลิตและอุตสาหกรรมที่มีการประกาศแผนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบรายไตรมาสในช่วงมกราคม-มีนาคม 2026 และทรงตัวในช่วงเมษายน-มิถุนายน
ภาพรวมจึงสะท้อนว่า การลงทุนเทคโนโลยีสะอาดกำลังเปลี่ยนศูนย์กลางจากจีนไปสู่ภูมิภาคอื่นมากขึ้น ขณะที่โจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมยังอยู่ที่การแก้ปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน โดยเฉพาะในภาคการผลิตโซลาร์เซลล์ และการสร้างสมดุลระหว่างต้นทุน ความต้องการของตลาด และความมั่นคงด้านพลังงาน







