posttoday
แบงก์แข่งดุงัดดอกเบี้ยฝากล่อคนมีตังค์

แบงก์แข่งดุงัดดอกเบี้ยฝากล่อคนมีตังค์

16 กุมภาพันธ์ 2554

โพสต์ทูเดย์ — บัวหลวงให้ดอกเบี้ย 4.5% จูงใจฝากยาว 15 เดือน ส่วนธนาคารเล็กเน้นออกตั๋วบี/อีถือ 45 เดือน ให้ดอกเบี้ยเฉลี่ย 2%

นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ธนาคารได้ออกผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำ “Step Plus” ระยะเวลาการฝาก 15 เดือน ดอกเบี้ยสูงสุด 4.5% ต่อปี โดยธนาคารจะแบ่งจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน และช่วงสุดท้ายจ่ายเมื่อครบระยะเวลาการฝาก กำหนดจำนวนเงินฝากแต่ละยอดไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท ฝากได้ถึงวันที่ 16 มี.ค. 2554

สำหรับรายละเอียดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ Step Plus 15 เดือนนั้น เดือนที่ 1 ถึง 6 อัตราดอกเบี้ย 1.75% ต่อปี เดือนที่ 7 ถึง 12 อัตราดอกเบี้ย 2.25% ต่อปี เดือนที่ 13 ถึง 15 อัตราดอกเบี้ยสูงถึง 4.50% ต่อปี

ขณะที่ธนาคารธนชาต ร่วมกับธนาคารนครหลวงไทย ออกผลิตภัณฑ์ “เงินฝากดอกเบี้ยได้ใจ” โดยเงินฝากประจำ 5 เดือน ดอกเบี้ย 2% และเงินฝากประจำ 15 เดือน ให้ดอกเบี้ยสูงถึง 2.75% ต่อปี เปิดบัญชีขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท ในกรณีที่ผู้ฝากเงินถอนก่อน 3 เดือน จะไม่ได้รับดอกเบี้ย ส่วนกรณีฝากตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ครบกำหนด จะได้รับดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่ฝากไว้จริงตามที่ธนาคารกำหนดในอัตราดอกเบี้ย 0.625% ต่อปี

นายกฤษณ์ จันทโนทก ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส สายงานธุรกิจเงินฝากและการลงทุน และประกันภัยธนพันธ์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ธนาคารได้ออกผลิตภัณฑ์ตั๋วบี/อี ประเภทอายุ 4 เดือน ดอกเบี้ย 1.75% 6 เดือน ดอกเบี้ย 2% และ 12 เดือน อัตราดอกเบี้ย 2.25% ซึ่งให้ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากประจำและใช้เงินในการลงทุนขั้นต่ำสุดเพียง 1 แสนบาท จากปกติที่ลูกค้าจะต้องใช้เงินลงทุนขั้นต่ำ 15 ล้านบาท นอกจากนี้ในอนาคตจะมีการปรับลดเงินลงทุนขั้นต่ำลงมาอยู่ที่ 5 หมื่นบาท

ธนาคารตั้งเป้าระดมเงินฝากในปีนี้เพิ่มขึ้น 1 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15% จากฐานเงินฝากปัจจุบันที่ 5.8 แสนล้านบาท โดยจะเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ตั๋วบี/อี

ซึ่งตั้งเป้าการเติบโตเอาไว้ที่ 5 หมื่นล้านบาทหรือคิดเป็น 50 % ของเป้าเงินฝากในปีนี้ นอกจากนี้จะเพิ่มสัดส่วนเงินฝากจากตั๋วบี/อี ขึ้นเป็น 20 % จากปัจจุบันที่ต่ำกว่า 10 % ของฐานเงินฝากทั้งหมด

“ปัจจุบันอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก(LDR)ของธนาคารแตะที่ระดับ 99 % แล้ว ดังนั้นในปีนี้จึงตั้งเป้าขยายฐานเงินฝากเพิ่มขึ้นอีก 1 แสนล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตด้านสินเชื่อและลดสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากลงมาอยู่ที่ระดับ 90 % โดยในปีนี้ธนาคารจะเน้นรุกตลาดด้านตั๋วแลกเงิน(บี/อี)” นายกฤษณ์ กล่าว

นายกฤษณ์ กล่าวว่า การปรับลดวงเงินคุ้มครองลงมาอยู่ที่ 50 ล้านบาทต่อบัญชีของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ซึ่งจะมีผลในช่วงกลางปีนี้ จะส่งผลให้ลูกค้าธนาคารหันไปลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางเลือกอื่น นอกจากเงินฝากประจำและเงินฝากออมทรัพย์มากขึ้น โดยเฉพาะในตั๋วบี/อี ดังนั้นธนาคารจึงได้พัฒนารูปแบบตั๋วบี/อี ให้มีความใกล้เคียงกับเงินฝากประจำ เพื่อให้สามารถเข้ากลุ่มลูกค้ารายย่อยได้มากขึ้น

“ที่ผ่านมาลูกค้าตั๋วบี/อี ส่วนใหญ่จะเป็นนิติบุคคลซึ่งต้องใช้เงินในการลงทุนมาก แต่เราต้องการขยายลูกค้าบุคคลมากขึ้น เพื่อรองรับผลจากพรบ.คุ้มครองเงินฝาก ที่จะส่งผลให้ความเสี่ยงในการลงทุนเมื่อแทบเงินฝากประจำแทบไม่ต่างกัน ขณะที่ตั๋วบี/อีให้ผลตอบแทนสูงกว่า คาดว่าภายในครึ่งปีแรกจะได้เงินฝากจากบี/อี ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท”

ด้านนายสุธีร์ โล้วโสภณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบริหารเงิน ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ออกผลิตภัณฑ์ตั๋วแลกเงินอายุ 4 เดือน ให้ดอกเบี้ยสูงสุด 2.15% เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ต้องการพักเงินไว้ในผลิตภัณฑ์ทางการเงินระยะสั้น เพื่อรอดอกเบี้ยที่กำลังจะปรับขึ้นในอนาคต โดยกำหนดยอดเงินลงทุนขั้นต่ำ 5 แสนบาท และจ่ายดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามตั๋วแลกเงิน จะเปิดจองซื้อไปถึงวันที่ 28 ก.พ. 2554

“การเลือกพักเงินเย็นไว้ในตั๋วแลกเงินระยะสั้นเพื่อรอดอกเบี้ยปรับขึ้นเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะตั๋วแลกเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงทันทีในช่วง 4 เดือนแรก ไม่ต้องรอถือตั๋วยาวๆ กว่าจะได้ผลตอบแทนที่สูงเป็นลำดับ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในตลาดขณะนี้ แม้ดูว่าจูงใจแต่ผลตอบแทนช่วงแรกถือว่าต่ำมาก” นายสุธีร์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่