posttoday
ครม.อนุมัติแผนลดหนี้หลวง คลังงดกู้เน้นอุ้มชูรัฐวิสาหกิจ

ครม.อนุมัติแผนลดหนี้หลวง คลังงดกู้เน้นอุ้มชูรัฐวิสาหกิจ

16 กุมภาพันธ์ 2554

โพสต์ทูเดย์ — ครม.รับทราบแผนก่อหนี้สาธารณะปีงบประมาณ 2554 คลังแจงลดยอดก่อหนี้ใหม่ลดเกือบ 5,000 ล้านบาท แต่หันมาค้ำเงินกู้รัฐวิสาหกิจ 4,000 ล้านบาท

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบและอนุมัติตามที่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ในฐานะประธานกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะเป็นผู้เสนอการปรับปรุงแผนบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2554 ครั้งที่ 1 โดยยอดหนี้ปรับลดลง 4,923.63 ล้านบาท จากหนี้สาธารณะเดิม 1.296 ล้านล้านบาท เหลือเพียง 1.291 ล้านล้านบาท

ขณะที่วงเงินกู้ของรัฐวิสาหกิจที่ขอให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเพิ่มขึ้นจากเดิม 1.62 แสนล้านบาท เป็น 1.66 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3,976.36 ล้านบาท

สำหรับแผนการก่อหนี้แยกเป็นแผนงานก่อหนี้ใหม่ 6.02 แสนล้านบาท ลดลงจากเดิมที่อยู่ในระดับ 6.07 แสนล้านบาท ส่วนแผนการปรับโครงสร้างหนี้ยังคงที่ระดับเดิมคือที่ 6.08 แสนล้านบาท และแผนการบริหารความเสี่ยงก็คงวงเงินไว้ที่เดิมคือที่ 8 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ครม.ยังรับทราบการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ภายใต้กรอบวงเงินแผนการบริหารหนี้สาธารณะ และอนุมัติการกู้เงิน การค้ำประกัน และการให้กู้ต่อของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจภายใต้แผนฯ ที่ปรับปรุงครั้งที่ 1 นี้ รวมทั้งอนุมัติการกู้เงินในรายการที่ได้บรรจุไว้ในแผนการบริหารความเสี่ยงของบริษัท ทีโอที ที่ขอปรับเพิ่มวงเงินกู้เพื่อดำเนินโครงการโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 วงเงิน 1.58 หมื่นล้านบาท เนื่องจากต้องการเร่งโครงการ 3จี ให้เสร็จทันในช่วงปีงบประมาณ 2554

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2553 ครม.มีมติอนุมัติให้บริษัท ทีโอที เปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินงานจากการประกวดราคาสากลเป็นการประกวดราคาทั่วไป ทำให้เงินกู้เพื่อดำเนินโครงการจะเป็นเงินกู้จากในประเทศหรือต่างประเทศนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่ประมูลโครงการได้ โดยที่กระทรวงการคลังเห็นว่าควรเป็นการกู้เงินในรูปเงินกู้ระยะยาว และจะไม่ค้ำประกันเพราะเป็นโครงการที่มุ่งหวังผลตอบแทนเชิงพาณิชย์

นายวัชระ กล่าวว่า ครม.ยังอนุมัติให้กระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณาการค้ำประกัน การกู้เงิน วิธีการกู้เงิน เงื่อนไขและรายละเอียดต่างๆ ของการกู้เงินในแต่ละครั้งได้ตามความเหมาะสมและจำเป็น ภายใต้แผนฯ โดยหากรัฐวิสาหกิจสามารถดำเนินการกู้เงินได้เองก็ให้สามารถดำเนินการได้ตามความเหมาะสม

สำหรับการกู้เงินเพื่อรีไฟแนนซ์นั้นให้กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจสามารถปรับเปลี่ยนแหล่งเงินกู้จากเงินกู้สกุลเงินต่างประเทศเป็นเงินกู้สกุลเงินบาทได้เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน

ทั้งนี้ ในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมาสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้ปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศของรัฐบาลรวมทั้งสิ้น 4 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการปรับโครงสร้างเงินกู้ชดใช้ความเสียหายให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ FIDF 3 จำนวน 3.4 หมื่นล้านบาท และโครงการไทยเข้มแข็ง 2555 จำนวน 6,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ได้ชำระหนี้โดยใช้เงินงบประมาณไปรวม 1.57 หมื่นล้านบาท ชำระต้นเงิน 621.03 ล้านบาท และดอกเบี้ย 1.48 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่