posttoday
Uber เตรียมปลดพนักงานทั่วโลก 3,300 คน รับศึกแท็กซี่ไร้คนขับ

Uber เตรียมปลดพนักงานทั่วโลก 3,300 คน รับศึกแท็กซี่ไร้คนขับ

03 กันยายน 2569

Uber เตรียมลดพนักงาน 10% ครั้งใหญ่สุดนับจากโควิด-19 ปรับโครงสร้างองค์กรรับการแข่งขันจากรถแท็กซี่ไร้คนขับและธุรกิจส่งอาหาร

Uber Technologies เตรียมเลิกจ้างพนักงานประมาณ 3,300 คน หรือคิดเป็น 10% ของบุคลากรทั่วโลก ถือเป็นการปรับลดครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 เพื่อปรับองค์กรให้คล่องตัวและรับมือการแข่งขันจากบริการรถแท็กซี่ไร้คนขับที่กำลังขยายตัว

 

ดารา โคสโรว์ชาฮี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Uber ระบุในบันทึกถึงพนักงานว่า บริษัทจะลดลำดับชั้นการบริหารและความซับซ้อนภายในองค์กร ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงที่ธุรกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจที่รวดเร็ว

 

โคสโรว์ชาฮีไม่ได้ระบุว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นสาเหตุโดยตรงของการเลิกจ้างครั้งนี้ แม้การนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งทั่วโลกปรับลดพนักงานจำนวนมากในปีนี้

 

Uber ระบุว่าโครงสร้างองค์กรที่กระชับขึ้นจะช่วยให้การกำหนดความรับผิดชอบชัดเจนขึ้น ตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น และลดเวลาในการประสานงาน โดยบริษัทจะนำเงินที่ประหยัดได้กลับไปลงทุนด้านการเติบโต นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการแข่งขันในอนาคต

 

หลังมีข่าวการปรับลดพนักงาน หุ้น Uber ปรับตัวขึ้นเกือบ 2% อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นยังลดลงเกือบ 8% ในปีนี้ และทำผลงานด้อยกว่าดัชนี S&P 500 และคู่แข่งอย่าง Lyft ท่ามกลางความกังวลเรื่องการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

 

เร่งปรับธุรกิจรับมือรถไร้คนขับ

 

หนึ่งในความท้าทายสำคัญของ Uber คือการขยายตัวของธุรกิจ Robotaxi หรือรถแท็กซี่ไร้คนขับ โดยเฉพาะจาก Waymo ซึ่งให้บริการรถไร้คนขับผ่านแอป Uber ในเมืองออสตินและแอตแลนตา และกำลังขยายตลาดของตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพา Uber

 

ขณะเดียวกัน Tesla และผู้ให้บริการรายอื่นต่างเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรถไร้คนขับ ทำให้เกิดความกังวลว่า หากจำนวนรถอัตโนมัติเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว Uber อาจสูญเสียบทบาทสำคัญในฐานะตัวกลางเชื่อมระหว่างผู้โดยสารกับคนขับ

 

เพื่อรักษาตำแหน่งในตลาด Uber มีแผนลงทุนมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 330,000 ล้านบาท) ในธุรกิจรถไร้คนขับในช่วงหลายปีข้างหน้า โดยสนับสนุนบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ และวางตำแหน่งตัวเองเป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับการเรียกใช้รถไร้คนขับ

 

นอกจากนี้ Uber Eats ยังเผชิญแรงกดดันจากคู่แข่งอย่าง DoorDash และ Instacart รวมถึงแพลตฟอร์มจัดส่งอาหารในแต่ละประเทศ ทำให้ Uber เดินหน้าขยายธุรกิจผ่านการควบรวมและซื้อกิจการ โดยก่อนหน้านี้ประกาศซื้อ Delivery Hero มูลค่า 14,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 488,000 ล้านบาท) เพื่อเพิ่มขนาดธุรกิจและศักยภาพการแข่งขัน

 

การปรับโครงสร้างครั้งนี้จะลดจำนวนพนักงานทุกลำดับชั้น รวมถึงควบรวมบางทีมและกระจายพนักงานไปยังศูนย์กลางการดำเนินงานหลัก

 

Uber ยังเตรียมจำกัดตำแหน่งงานที่ทำงานทางไกลเต็มรูปแบบให้เหลือประมาณ 1% ของพนักงานทั้งหมด ขณะที่ยังคงนโยบายให้พนักงานเข้าสำนักงานอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์

 

การเลิกจ้างครั้งนี้เป็นครั้งใหญ่ที่สุดของ Uber นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 ซึ่งบริษัทเคยลดพนักงาน 6,700 คน หรือเกือบ 25% ของบุคลากรในเวลานั้น หลังความต้องการใช้บริการทรุดตัวลงอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

 

ข้อมูลรายงานประจำปีระบุว่า Uber มีพนักงานทั่วโลกราว 34,000 คน ณ สิ้นปีที่ผ่านมา

 

ข่าวล่าสุด

Uber เตรียมปลดพนักงานทั่วโลก 3,300 คน รับศึกแท็กซี่ไร้คนขับ

Uber เตรียมปลดพนักงานทั่วโลก 3,300 คน รับศึกแท็กซี่ไร้คนขับ