posttoday
สหรัฐฯ ถล่มอิหร่านหนัก เตหะรานโต้กลับฐานทัพทั่วภูมิภาค

สหรัฐฯ ถล่มอิหร่านหนัก เตหะรานโต้กลับฐานทัพทั่วภูมิภาค

03 กันยายน 2569

สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีชายฝั่งอิหร่านครั้งใหญ่ ขณะที่อิหร่านยิงตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯ หลายประเทศ เสี่ยงสงครามปะทุรอบใหม่

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกลับมารุนแรง หลังเกิดการแลกเปลี่ยนการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม โดยกองทัพสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายบริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีฐานทัพและทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในหลายประเทศตะวันออกกลาง

 

กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีมุ่งเป้าไปที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศ เรดาร์ ระบบสื่อสาร ตลอดจนทรัพย์สินทางทะเลและขีดความสามารถในการวางทุ่นระเบิดของอิหร่าน ขณะที่เตหะรานรายงานว่า มีการโจมตีหลายจุดใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ

 

อิหร่านระบุว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 ราย และบาดเจ็บ 108 ราย โดยกล่าวหาว่าสหรัฐฯ โจมตีงานแต่งงานในเมืองซีริก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย รวมถึงเด็กอายุ 4 ขวบ และมีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวรอยเตอร์ไม่สามารถตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวได้อย่างอิสระ

 

กองบัญชาการทหารอิหร่านประกาศเตือนว่า การตอบโต้ต่อสหรัฐฯ จะรุนแรงและขยายวงกว้างมากขึ้น พร้อมเตือนประเทศที่ให้ความร่วมมือกับกองทัพสหรัฐฯ ให้เตรียมรับผลกระทบที่ตามมา

 

อิหร่านอ้างว่าได้โจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ ในบาห์เรน จอร์แดน คูเวต และอิรัก แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า จากการประเมินเบื้องต้นยังไม่มีรายงานทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ

สหรัฐฯ ถล่มอิหร่านหนัก เตหะรานโต้กลับฐานทัพทั่วภูมิภาค

 

ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเป็นจุดเสี่ยง

 

สถานการณ์ยังสร้างความกังวลต่อ ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซสำคัญของโลก โดยอิหร่านระบุว่าเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำถูกทุ่นระเบิดโจมตี ขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันว่า ยังคงนำเรือผ่านช่องแคบดังกล่าว และระบุว่ามีน้ำมันมากกว่า 17 ล้านบาร์เรลถูกขนส่งออกจากพื้นที่เมื่อวันจันทร์

 

อิหร่านยังขึ้นบัญชีดำเรือเพิ่มเติมอีก 11 ลำ ทำให้จำนวนเรือที่อยู่ในบัญชีเพิ่มเป็น 56 ลำ โดยเรือเหล่านี้อาจถูกปรับ ยึด หรือควบคุมตัว หากพยายามผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเตหะราน

 

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังเปิดสำหรับการเดินเรือ พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ สามารถควบคุมเส้นทางดังกล่าวได้

 

ความรุนแรงระลอกใหม่ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียและยุโรปร่วงลง ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในช่วงการซื้อขายที่ผันผวน หลังนักลงทุนกังวลว่าความขัดแย้งอาจกระทบเศรษฐกิจโลกและเส้นทางพลังงานสำคัญ

สหรัฐฯ ถล่มอิหร่านหนัก เตหะรานโต้กลับฐานทัพทั่วภูมิภาค

 

สงครามสร้างต้นทุนหนักทั้งสองฝ่าย

 

การปะทะครั้งล่าสุดถือเป็นการแลกเปลี่ยนการโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ซึ่งขณะนั้นทรัมป์สั่งยุติการโจมตีอิหร่านหลังปฏิบัติการทิ้งระเบิดยืดเยื้อ 2 สัปดาห์ ท่ามกลางคำเตือนจากฝ่ายทหารว่าสหรัฐฯ กำลังใช้ยุทโธปกรณ์จำนวนมากและมีเป้าหมายสำคัญเหลืออยู่อย่างจำกัด

 

ขณะที่เป้าหมายของทรัมป์จากปฏิบัติการ “Epic Fury” ซึ่งเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ยังไม่บรรลุผลทั้งหมด ทั้งการยุติโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ลดขีดความสามารถในการโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน และสร้างเงื่อนไขให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในอิหร่าน

 

สหรัฐฯ ยังเตรียมเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ โดยพิจารณาคว่ำบาตรภาคสายการบิน อุตสาหกรรมเดินเรือ และสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน

สหรัฐฯ ถล่มอิหร่านหนัก เตหะรานโต้กลับฐานทัพทั่วภูมิภาค

 

ด้านเศรษฐกิจอิหร่านเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ค่าเงินเรียลอ่อนค่าทะลุระดับ 2.2 ล้านเรียลต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และอ่อนค่าลงประมาณ 10% ภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์

 

ความรุนแรงที่กลับมาอีกครั้งทำให้ชาวอิหร่านและประเทศเพื่อนบ้านหวั่นเกรงว่า ความขัดแย้งอาจกลับเข้าสู่ภาวะสงครามเต็มรูปแบบ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน โดยผลสำรวจล่าสุดชี้ว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่สนับสนุนสงครามกับอิหร่าน

 

ข่าวล่าสุด

AssetWise เปิดตัว Modiz Voyage ศรีนครินทร์ คอนโด Life & Business เริ่ม 2.39 ล้าน

AssetWise เปิดตัว Modiz Voyage ศรีนครินทร์ คอนโด Life & Business เริ่ม 2.39 ล้าน