
กำไร Huawei ครึ่งปีแรกฮวบ 36% หลังเร่งอัดฉีดงบวิจัยลดพึ่งพาสหรัฐฯ
กำไรสุทธิช่วงครึ่งปีแรกของ Huawei ร่วงลง 36% สาเหตุหลักมาจากการที่ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้น ผนวกกับการทุ่มงบด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อเร่งพัฒนา AI และชิปลดพึ่งพาสหรัฐฯ
ผลประกอบการ Huawei ครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย.) กวาดรายได้ 4.67 แสนล้านหยวน เติบโต 9.6% แต่กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 36% เหลือ 2.38 หมื่นล้านหยวน
สาเหตุหลักมาจากบริษัทเร่งอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนด้าน R&D กว่า 1.21 แสนล้านหยวน เพื่อพัฒนาชิปและเทคโนโลยี AI หวังลดการพึ่งพาสหรัฐฯ รวมถึงรับแรงกระแทกจากราคาชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้น
Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจากเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน เปิดเผยผลประกอบการครึ่งปีแรกอย่างเป็นทางการ ภาพรวมสะท้อนถึงสัญญาณการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ทว่าบริษัทยังต้องแบกรับต้นทุนมหาศาล เพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเองและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ
สรุปตัวเลขทางการเงิน Huawei ครึ่งปีแรก
แม้ครั้งนี้หัวเว่ยจะไม่ได้ลงรายละเอียดรายได้แยกตามกลุ่มธุรกิจ แต่ยืนยันว่าทุกภาคส่วน ทั้งสมาร์ตโฟน ชิป AI และอุปกรณ์โทรคมนาคม ต่างเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีตัวเลขสำคัญดังนี้
- รายได้รวม: 4.67 แสนล้านหยวน (เพิ่มขึ้น 9.6%)
- กำไรสุทธิ: 2.38 หมื่นล้านหยวน หรือประมาณ 3.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 36%) ซึ่งปรับตัวลดลงมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ลดลง 32%
- งบลงทุนวิจัยและพัฒนา (R&D): 1.21 แสนล้านหยวน (เพิ่มขึ้น 25.2%) คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 25.9% ของรายได้ทั้งหมด
เจาะสาเหตุ ทำไมกำไร Huawei ถึงร่วงหนัก
Huawei กวาดรายได้เพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขกำไรกลับหดตัวลงอย่างหนัก สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ "ยอมเจ็บเพื่อจบ" ที่บริษัทกำลังนำมาใช้ โดยมี 3 ปัจจัยหลักที่เข้ามากดดันผลกำไรในขณะนี้
- ทุ่มงบมหาศาลสร้างชิปและ AI ของตัวเอง: หลังจากเจอมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ จนหมดสิทธิ์เข้าถึงชิปขั้นสูงและระบบปฏิบัติการ Android (ซึ่งเคยทำพิษจนรายได้ปี 2021 ดิ่งลงถึง 29%) Huawei จึงต้องเดินหน้าเต็มสูบเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาทดแทนเองในประเทศ ทั้งระบบประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI) โครงข่ายโทรคมนาคม สมาร์ตดีไวซ์ ไปจนถึงยานยนต์อัจฉริยะ
- ต้นทุนการผลิตพุ่งกระฉูด: ต้นทุนการผลิตสินค้าดีดตัวขึ้นถึง 12.4% ซึ่งขยายตัวเร็วกว่ารายได้ที่เข้ามา ซ้ำร้ายราคาชิปหน่วยความจำ (Memory Chip) ในตลาดโลกที่ปรับตัวแพงขึ้น ยังเข้ามากระทบกำไรของกลุ่มธุรกิจสมาร์ตโฟนเข้าอย่างจัง
- กระแสเงินสดตึงตัวและสต็อกสินค้าบวม: การเร่งขยายธุรกิจอย่างดุดัน ทำให้ช่วงครึ่งปีแรกบริษัทต้องควักเงินสดไปใช้ลงทุนสูงถึง 3.98 หมื่นล้านหยวน (พลิกจากปีก่อนที่ทำกระแสเงินสดเป็นบวกได้ 3.11 หมื่นล้านหยวน) นอกจากนี้ สต็อกสินค้าคงคลังยังพุ่งทะยานขึ้นถึง 42% เมื่อเทียบกับช่วงสิ้นปี 2025
ทางด้านตัวแทนของ Huawei ชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่า "ผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรกยังเป็นไปตามที่เราคาดไว้ ส่วนแนวโน้มตลอดทั้งปี บริษัทยังต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะยังมีทั้งปัจจัยความไม่แน่นอนจากภายนอกและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นมากดดันอยู่"
สำหรับกลยุทธ์ในช่วงที่เหลือของปี Huawei พร้อมเดินหน้าบุกตลาดอย่างเต็มกำลัง โดยมุ่งเน้นกลุ่มอุปกรณ์โทรคมนาคมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI, ฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ และเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ รวมทั้งเตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์สวมใส่ (Wearables) รุ่นใหม่เพื่อเจาะตลาดทั้งในและนอกประเทศจีน
แม้ว่าในปี 2025 บริษัทจะกวาดรายได้ไปถึง 8.80 แสนล้านหยวน ซึ่งสูงเป็นอันดับสองรองจากสถิติของปี 2020 แต่ Huawei ยังคงต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ เพราะนอกเหนือจากความท้าทายทางธุรกิจแล้ว
บริษัทยังมีกำหนดขึ้นศาลสหรัฐอเมริกาในสัปดาห์หน้า เพื่อต่อสู้ข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกงธนาคารและละเมิดมาตรการคว่ำบาตร ไปจนถึงคดีขโมยความลับทางการค้าของ T-Mobile ซึ่งศาลจะเริ่มพิจารณาคดีในเดือนตุลาคมปีหน้า







