posttoday
ในรอบ 17 ปี! Victoria Beckham กวาดกำไรครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์

ในรอบ 17 ปี! Victoria Beckham กวาดกำไรครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์

01 กันยายน 2569

พลิกกำไรครั้งแรกในรอบ 17 ปี! กระแส Quiet Luxury พาดัน อาณาจักรแฟชั่น Victoria Beckham กำไรครั้งแรกนับแต่ก่อตั้งแบรนด์

 

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Victoria Beckham Holdings แบรนด์แฟชั่นและบิวตี้ระดับไฮเอนด์ของอดีตศิลปินวง Spice Girls พลิกกลับมาทำกำไรจากการดำเนินงานได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2008

 

สวนทางกับภาพรวมตลาดสินค้าหรูที่กำลังซบเซาอย่างหนัก โดยปัจจัยหลักที่ช่วยดันยอดขายคือนโยบายควบคุมต้นทุนอย่างจริงจัง และกระแสแฟชั่นสไตล์ 'Quiet Luxury' ที่กำลังมาแรง

 

ในรอบ 17 ปี! Victoria Beckham กวาดกำไรครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์

 

สรุปผลประกอบการ Victoria Beckham ปี 2025

 

รายงานผลประกอบการเมื่อวันจันทร์ (31 ส.ค.) เผยให้เห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยบริษัทสามารถพลิกฟื้นธุรกิจจากที่เคยขาดทุน 1.6 ล้านปอนด์ในปี 2024 กลับมาทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง

 

  • รายได้รวม: เพิ่มขึ้น 15% แตะระดับ 129.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 175.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

 

  • กำไรจากการดำเนินงาน: ทำยอดได้สูงถึง 7.3 ล้านปอนด์

 

  • อัตราการเติบโต: รายได้เติบโตในระดับเลขสองหลัก (Double-digit) ติดต่อกันเป็นปีที่ 5

 

ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้สะท้อนให้เห็นว่า การคุมเข้มเรื่องต้นทุนมาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์รสนิยมผู้บริโภคยุคใหม่ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้แบรนด์เติบโตได้อย่างมั่นคง

 

 

เจาะลึกปัจจัยความสำเร็จ 

 

แบรนด์เปิดเผยว่า สินค้ากลุ่มแฟชั่นยังคงมีความต้องการสูงอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะสินค้า 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

 

  1. เสื้อผ้าสไตล์เทเลอร์ (Tailoring)
  2. ชุดใส่ออกงาน
  3. เสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวันที่ยกระดับความหรูหรา (Elevated daywear)

 

นอกจากนี้ ไลน์ผลิตภัณฑ์ความงาม (Beauty line) ยังสร้างผลงานได้โดดเด่นที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวมา โดยมี "ครีมรองพื้น" เป็นผลิตภัณฑ์หัวหอกสำคัญที่ช่วยกวาดรายได้มหาศาล และแรงส่งเชิงบวกนี้ยังคงต่อเนื่องมาถึงช่วงครึ่งแรกของปีนี้

 

ในรอบ 17 ปี! Victoria Beckham กวาดกำไรครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์

 

ชูจุดขาย 'Quiet Luxury' ยืนหยัดสวนกระแสตลาดลักชัวรีขาลง

 

ขณะที่อุตสาหกรรมแฟชั่นระดับไฮเอนด์ทั่วโลกกำลังซบเซา แบรนด์ Victoria Beckham กลับทำผลงานได้อย่างร้อนแรง สวนทางกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่พากันรัดเข็มขัดจากภาวะค่าครองชีพพุ่งสูงและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลางที่สะเทือนถึงศูนย์กลางการช้อปปิ้งระดับโลกอย่างดูไบ

 

วิกฤตครั้งนี้เห็นได้ชัดจากราคาหุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ในกลุ่มสินค้าหรู ทั้ง LVMH (บริษัทแม่ของ Louis Vuitton) และ Hermes International ที่ร่วงลงกว่า 20% ในปีนี้

 

นักวิเคราะห์มองว่า จุดแข็งที่ช่วยให้ Victoria Beckham รับมือกับสภาพเศรษฐกิจได้ดีกว่าแบรนด์ที่เน้นโชว์โลโก้หรา คือเอกลักษณ์การออกแบบสไตล์มินิมอล หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'Quiet Luxury' (หรูหราแบบไม่ตะโกน)

 

ถึงอย่างนั้น ตลาดกลุ่มนี้ก็ยังแข่งขันกันอย่างดุเดือด โดยมีคู่แข่งสมน้ำสมเนื้ออย่าง The Row (ก่อตั้งโดยฝาแฝดตระกูลโอลเซ่น) และแบรนด์ของ ฟีบี้ ไฟโล (Phoebe Philo) ที่ครองใจลูกค้าระดับบนอยู่เช่นกัน

 

โครงสร้างการบริหารและผู้ถือหุ้นในปัจจุบัน

 

เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ปัจจุบัน Victoria Beckham Holdings มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นดังนี้

 

  • วิกตอเรีย และ เดวิด เบ็คแฮม: ครองสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ร่วมกัน

 

  • NEO Investment Partners: กองทุนที่เข้ามาลงทุนเมื่อ 9 ปีก่อน ปัจจุบันถือหุ้นอยู่ 30% โดยมี เดวิด เบลฮัสเซน (David Belhassen) นั่งแท่นประธานบริษัท

 

  • XIX Entertainment: ถือหุ้นร่วมอยู่ด้วยอีกสัดส่วนหนึ่ง

 

ข่าวล่าสุด

กำไร Huawei ครึ่งปีแรกฮวบ 36% หลังเร่งอัดฉีดงบวิจัยลดพึ่งพาสหรัฐฯ

กำไร Huawei ครึ่งปีแรกฮวบ 36% หลังเร่งอัดฉีดงบวิจัยลดพึ่งพาสหรัฐฯ