
ในรอบ 17 ปี! Victoria Beckham กวาดกำไรครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์
พลิกกำไรครั้งแรกในรอบ 17 ปี! กระแส Quiet Luxury พาดัน อาณาจักรแฟชั่น Victoria Beckham กำไรครั้งแรกนับแต่ก่อตั้งแบรนด์
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Victoria Beckham Holdings แบรนด์แฟชั่นและบิวตี้ระดับไฮเอนด์ของอดีตศิลปินวง Spice Girls พลิกกลับมาทำกำไรจากการดำเนินงานได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2008
สวนทางกับภาพรวมตลาดสินค้าหรูที่กำลังซบเซาอย่างหนัก โดยปัจจัยหลักที่ช่วยดันยอดขายคือนโยบายควบคุมต้นทุนอย่างจริงจัง และกระแสแฟชั่นสไตล์ 'Quiet Luxury' ที่กำลังมาแรง
สรุปผลประกอบการ Victoria Beckham ปี 2025
รายงานผลประกอบการเมื่อวันจันทร์ (31 ส.ค.) เผยให้เห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยบริษัทสามารถพลิกฟื้นธุรกิจจากที่เคยขาดทุน 1.6 ล้านปอนด์ในปี 2024 กลับมาทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง
- รายได้รวม: เพิ่มขึ้น 15% แตะระดับ 129.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 175.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
- กำไรจากการดำเนินงาน: ทำยอดได้สูงถึง 7.3 ล้านปอนด์
- อัตราการเติบโต: รายได้เติบโตในระดับเลขสองหลัก (Double-digit) ติดต่อกันเป็นปีที่ 5
ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้สะท้อนให้เห็นว่า การคุมเข้มเรื่องต้นทุนมาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์รสนิยมผู้บริโภคยุคใหม่ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้แบรนด์เติบโตได้อย่างมั่นคง
เจาะลึกปัจจัยความสำเร็จ
แบรนด์เปิดเผยว่า สินค้ากลุ่มแฟชั่นยังคงมีความต้องการสูงอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะสินค้า 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
- เสื้อผ้าสไตล์เทเลอร์ (Tailoring)
- ชุดใส่ออกงาน
- เสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวันที่ยกระดับความหรูหรา (Elevated daywear)
นอกจากนี้ ไลน์ผลิตภัณฑ์ความงาม (Beauty line) ยังสร้างผลงานได้โดดเด่นที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวมา โดยมี "ครีมรองพื้น" เป็นผลิตภัณฑ์หัวหอกสำคัญที่ช่วยกวาดรายได้มหาศาล และแรงส่งเชิงบวกนี้ยังคงต่อเนื่องมาถึงช่วงครึ่งแรกของปีนี้
ชูจุดขาย 'Quiet Luxury' ยืนหยัดสวนกระแสตลาดลักชัวรีขาลง
ขณะที่อุตสาหกรรมแฟชั่นระดับไฮเอนด์ทั่วโลกกำลังซบเซา แบรนด์ Victoria Beckham กลับทำผลงานได้อย่างร้อนแรง สวนทางกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่พากันรัดเข็มขัดจากภาวะค่าครองชีพพุ่งสูงและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลางที่สะเทือนถึงศูนย์กลางการช้อปปิ้งระดับโลกอย่างดูไบ
วิกฤตครั้งนี้เห็นได้ชัดจากราคาหุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ในกลุ่มสินค้าหรู ทั้ง LVMH (บริษัทแม่ของ Louis Vuitton) และ Hermes International ที่ร่วงลงกว่า 20% ในปีนี้
นักวิเคราะห์มองว่า จุดแข็งที่ช่วยให้ Victoria Beckham รับมือกับสภาพเศรษฐกิจได้ดีกว่าแบรนด์ที่เน้นโชว์โลโก้หรา คือเอกลักษณ์การออกแบบสไตล์มินิมอล หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'Quiet Luxury' (หรูหราแบบไม่ตะโกน)
ถึงอย่างนั้น ตลาดกลุ่มนี้ก็ยังแข่งขันกันอย่างดุเดือด โดยมีคู่แข่งสมน้ำสมเนื้ออย่าง The Row (ก่อตั้งโดยฝาแฝดตระกูลโอลเซ่น) และแบรนด์ของ ฟีบี้ ไฟโล (Phoebe Philo) ที่ครองใจลูกค้าระดับบนอยู่เช่นกัน
โครงสร้างการบริหารและผู้ถือหุ้นในปัจจุบัน
เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ปัจจุบัน Victoria Beckham Holdings มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นดังนี้
- วิกตอเรีย และ เดวิด เบ็คแฮม: ครองสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ร่วมกัน
- NEO Investment Partners: กองทุนที่เข้ามาลงทุนเมื่อ 9 ปีก่อน ปัจจุบันถือหุ้นอยู่ 30% โดยมี เดวิด เบลฮัสเซน (David Belhassen) นั่งแท่นประธานบริษัท
- XIX Entertainment: ถือหุ้นร่วมอยู่ด้วยอีกสัดส่วนหนึ่ง







