
เปิดแฟ้ม ครม.สัญจรสงขลา เดิมพันเมกะโปรเจกต์ดับไฟใต้-ปลุกเศรษฐกิจ
ครม.สัญจรสงขลาเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและลดเงื่อนไขความไม่สงบ แต่บทเรียนโครงการร้างเตือนว่าการทุ่มงบประมาณอาจยังไม่ใช่คำตอบ
KEY
POINTS
- ครม.สัญจรที่สงขลา มีเป้าหมายเพื่อผลักดันเมกะโปรเจกต์ด้านโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้
- โครงการสำคัญที่ถูกผลักดัน ได้แก่ สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา, เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมจะนะ และการจัดสรรงบประมาณแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่
- เผชิญความท้าทายสำคัญในการป้องกันไม่ให้โครงการใหม่ซ้ำรอยความล้มเหลวในอดีต ที่หลายโครงการต้องร้างเพราะปัญหาความปลอดภัย ขาดนักลงทุน และต้นทุนสูง
การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ครั้งที่ 1/2569 วันที่ 1 กันยายน 2569 ที่จังหวัดสงขลา มีวาระสำคัญอยู่ที่การผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนในภาคใต้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน และลดเงื่อนไขที่เชื่อมโยงกับปัญหาความไม่สงบ ภายใต้แนวคิดใช้การพัฒนาควบคู่กับมาตรการด้านความมั่นคง
อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงความคาดหวังด้านเศรษฐกิจ แต่ยังต้องเผชิญคำถามสำคัญว่า รัฐบาลจะป้องกันไม่ให้โครงการใหม่ซ้ำรอยเมกะโปรเจกต์ในอดีตได้อย่างไร หลังหลายโครงการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ประสบปัญหาขาดนักลงทุน ต้นทุนดำเนินงานสูง ข้อจำกัดด้านกฎหมายและผังเมือง รวมถึงภัยจากเหตุความไม่สงบ
สงขลาเสนอ 31 โครงการ วงเงินกว่า 35,000 ล้านบาท
จังหวัดสงขลา เสนอโครงการเร่งด่วนที่มีความพร้อมดำเนินการ 5 โครงการ วงเงินรวม 50 ล้านบาท ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว วัฒนธรรม คมนาคม และการป้องกันภัยพิบัติ
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเชิงนโยบายอีก 26 โครงการ วงเงินรวม 35,061.056 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการคลัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ขณะที่แขวงทางหลวงสงขลาขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มอีก 1,941 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการเร่งด่วนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยให้แล้วเสร็จ 106 โครงการ จากทั้งหมด 133 โครงการ
สำหรับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลเตรียมงบประมาณเร่งด่วน 792 ล้านบาท รองรับ 22 โครงการ พร้อมข้อเสนอสนับสนุนโครงการระยะกลางและระยะยาวอีกกว่า 10,000 ล้านบาท
สะพานข้ามทะเลสาบ–เมืองอุตสาหกรรมจะนะ วาระลงทุนก้อนใหญ่
หนึ่งในโครงการสำคัญคือ สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ช่วงกระแสสินธุ์–เขาชัยสน เชื่อมจังหวัดสงขลากับจังหวัดพัทลุง ซึ่งรัฐบาลร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามสัญญาก่อสร้าง โครงการนี้ตั้งเป้าลดเวลาเดินทางจากประมาณ 2 ชั่วโมง เหลือ 15 นาที และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2572
รัฐบาลยืนยันว่าจะควบคุมการก่อสร้างตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการป้องกันผลกระทบต่อโลมาอิรวดี อย่างไรก็ตาม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ตั้งข้อสังเกตต่อกิจกรรมล่องเรือชมโลมาในโครงการเชื่อมโยง 2 ทะเลว่า อาจกระทบระบบนิเวศในวงกว้างและควรทบทวนความเหมาะสม
อีกวาระที่ต้องจับตาคือโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อำเภอจะนะ ซึ่งครอบคลุมนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 รัฐบาลจะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โดยยึดผลการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์และการมีส่วนร่วมของประชาชน ท่ามกลางการเคลื่อนไหวของทั้งฝ่ายสนับสนุนและคัดค้านโครงการ
เร่งซ่อมคลอง ร 1 รับมือน้ำท่วมหาดใหญ่
ด้านการจัดการน้ำ นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ติดตามการซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร 1 ในอำเภอหาดใหญ่ วงเงิน 400 ล้านบาท โดยกำหนดอุดรอยรั่วภายในเดือนกันยายน และขุดลอกคลองให้แล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2569 เพื่อเพิ่มความพร้อมรับมือฝนตกหนัก
นายกรัฐมนตรียังหารือกับนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ หลังเกิดข้อถกเถียงเรื่องงบประมาณป้องกันน้ำท่วม ก่อนหน้านี้เทศบาลเคยเสนอโครงการวงเงินมากกว่า 1,000 ล้านบาท แต่ในเบื้องต้นได้รับงบประมาณกว่า 20 ล้านบาท สำหรับขุดลอกคูคลองและบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้า
บทเรียนเมกะโปรเจกต์ จากความหวังสู่โครงการร้าง
แม้รัฐบาลพยายามใช้การลงทุนเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่บทเรียนจากหลายโครงการสะท้อนว่า การสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่มีตลาด นักลงทุน ระบบขนส่ง และมาตรการรักษาความปลอดภัยรองรับ
นิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี เป็นตัวอย่างสำคัญ แม้รัฐบาลมีมติจัดตั้งตั้งแต่ปี 2547 และลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบนพื้นที่ 600 ไร่ แต่ไม่สามารถดึงผู้ประกอบการเข้ามาลงทุนได้ อีกทั้งยังถูกโจมตีจากเหตุความไม่สงบหลายครั้ง จนพื้นที่ไม่ได้ถูกใช้งานตามเป้าหมายเดิม
โรงงานซูเพิร์บ ครีเอชั่น เฟอร์นิเจอร์ ในอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เคยจ้างงานคนในพื้นที่ประมาณ 200 อัตรา และมีแผนขยายการลงทุน แต่ต้องย้ายฐานการผลิตหลังเปิดดำเนินงานประมาณ 1 ปี เนื่องจากต้นทุนขนส่งสูงกว่าปกติประมาณ 15,000 บาทต่อตู้สินค้า รวมถึงเผชิญอุปสรรคด้านผังเมืองและการขยายโรงงาน
ส่วนสนามบินเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งพัฒนาภายใต้โครงการสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ยังไม่มีเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ให้บริการ ขณะที่เมืองต้นแบบการค้าชายแดนสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เผชิญภาวะร้านค้าทยอยปิดตัว หลังมาเลเซียปิดด่านและท่าข้ามธรรมชาติเพื่อสกัดปัญหายาเสพติด
ภาคธุรกิจค้าปลีกยังตกเป็นเป้าหมายของเหตุโจมตีหลายครั้ง ตั้งแต่โกลบอลเฮ้าส์ บิ๊กซี มินิบิ๊กซี ไปจนถึงเซเว่นอีเลฟเว่น สะท้อนว่าความเสี่ยงด้านความปลอดภัยยังเป็นต้นทุนสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุน
ดังนั้น โจทย์ของ ครม.สัญจรสงขลาจึงไม่ใช่เพียงการอนุมัติงบประมาณหรือเปิดโครงการใหม่ แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้โครงการเดินหน้าต่อได้จริง ทั้งด้านความปลอดภัย การขนส่ง ตลาด กฎหมาย สิ่งแวดล้อม และการยอมรับของประชาชน หากยังแก้เงื่อนไขเหล่านี้ไม่ได้ เมกะโปรเจกต์ที่รัฐบาลหวังใช้ปลุกเศรษฐกิจและลดปัญหาความไม่สงบ อาจกลายเป็นโครงการร้างซ้ำรอยอดีต
ภาพปก : สถานที่จัดประชุมครม.สัญจรสงขลา







