
ประธานกสทช.ไม่รับมติ ขาดคุณสมบัติ เดินหน้านัดประชุมใหม่ 5 ส.ค.นี้
นพ.สรณ ยัน ยังอยู่ในตำแหน่ง ประธานกสทช. ตราบใดที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการปลด เผย ไม่ยอมรับมติบอร์ดสรรหา เดินหน้านัดประชุมใหม่อีกครั้ง 5 ส.ค. หลังประชุม 27 ก.ค.ล่มไม่เป็นท่า
แม้ว่าการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ครั้งสำคัญในวันที่ 27 ก.ค. 2569 ล่ม ไม่เป็นท่า https://www.posttoday.com/business/746021 แต่ในมุมของประธานกสทช.นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยังคงยืนยันทำหน้าที่เหมือนเดิม และนัดประชุมใหม่อีกครั้งในวันที่ 5-6 ส.ค. 2569 นี้
ทั้งนี้ ประธาน กสทช. เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด กสทช. ถึงกรณีบอร์ด กสทช. 3 ท่าน คือ พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ นางสาวพิรงรอง รามสูต นายศุภัช ศุภชลาศัย เดินออกจากห้องประชุม จนทำให้องค์ประชุมไม่ครบและต้องเลื่อนการประชุมออกไปว่า
เบื้องต้นตนเองไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการสรรหาที่ระบุว่า ตนเองสละสิทธิ์ในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ โดยตนได้ทำหนังสือโต้แย้งมาโดยตลอดว่า คณะกรรมการสรรหาไม่มีอำนาจหน้าที่ในการมาพิจารณาในประเด็นดังกล่าว และเรื่องนี้ยังไม่มีข้อยุติเป็นที่สุด
ดังนั้น การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ กสทช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ต้องเป็นไปตามมาตรา 20 วรรคสอง คือต้องมีการนำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง และประกาศในราชกิจจานุเบกษา “ตราบใดที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการ ผมก็ยังมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายต่อไป” ประธาน กสทช. กล่าว
นพ.สรณ กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนการฟ้องร้องนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารเพื่อให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด และจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองภายในกรอบเวลา 90 วัน อย่างแน่นอน
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวเรียกร้องให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เพื่อรอคำสั่งศาลนั้น ตนเห็นว่าหากเลื่อนการประชุมออกไปเรื่อยๆ จะเกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะและประเทศชาติอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันมีวาระสำคัญเร่งด่วนที่มีกรอบเวลากำหนดรอการอนุมัติอยู่มากกว่า 20 วาระ ทั้งประเด็นเรื่องทีวีดิจิทัล และและดาวเทียม ดังนั้น ตนจึงได้กำหนดนัดหมายประชุม กสทช. นัดถัดไปในวันที่ 5 และ 6 ส.ค.เพื่อขับเคลื่อนงานต่อไป
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่บอร์ดฝั่งตรงข้ามระบุว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รักษาราชการตาม พ.ร.บ. มีอำนาจเข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้ ประธาน กสทช. ยอมรับว่าเป็นไปตามข้อกฎหมาย ส่วนเรื่องกำลังใจในการทำงานหลังเจอแรงกดดันรอบด้านนั้น ตนยอมรับว่ามีความกังวลใจเป็นธรรมดา
เนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่ระดับไม่เคยปรากฏมาก่อน และส่งผลกระทบต่อหลายหน่วยงาน แต่ยืนยันว่ากำลังใจยังดี และตนพร้อมใช้ดุลยพินิจทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติตราบใดที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่







