
ล่มตามคาด 3 กสทช. วอล์คเอาท์ หวั่นผิดกฎหมาย หลังประธานยันคุณสมบัติถูกต้อง
"สรณ" ยัน คุณสมบัติประธานกสทช.ไม่สิ้นสุด เหตุยังได้รับโปรดเกล้าอยู่ ขณะที่สำนักงานฯ ย้ำ หากไม่ประชุมผิด 157 ด้าน 3 กสทช. พิรงรอง -สุภัช-พลอากาศโท ธนพันธุ์ ขอไม่ร่วมประชุม ส่วนกสทช.สมภพ ไม่มาประชุม
การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) วันที่ 27 ก.ค. 2569 ล่มตามคาด เนื่องจากบอร์ดกสทช.หวั่นทำหน้าที่ผิดกฎหมาย หลัง มติของกรรมการสรรหาบอร์ดกสทช.ถึงมือบอร์ดแต่ละท่านเรียบร้อยแล้ว ว่าประธานกสทช.นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ขาดคุณสมบัติ
โดยบอร์ดกสทช.ที่เข้าร่วมประชุม มีทั้งสิ้น 6 คน จาก 7 คน ประกอบด้วย
ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกสทช.
พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ
นางสาวพิรงรอง รามสูต
นายต่อพงศ์ เสลานนท์
นายศุภัช ศุภชลาศัย
พลตำรวจเอก ณัฐธร เพราะสุนทร
ขณะที่ นายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ลาประชุม
สำหรับบรรยากาศการประชุม ในช่วงเช้า เริ่มจากสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) มายื่นหนังสือแสดงความกังวลถึงประเด็นดังกล่าว https://www.posttoday.com/business/746012 และอาจกระทบต่อการพิจารณาโรดแมปของทีวีดิจิทัล
จากนั้นก่อนเริ่มประชุมมีพนักงานหลายสิบคนร่วมกันส่งดอกไม้ให้กำลังใจต่อประธานก่อนเริ่มประชุม ในขณะที่บอร์ดกสทช.ที่เข้าร่วมประชุมขอปิดเสียง และให้เจ้าหน้าที่ออกจากห้องประชุมก่อน ระหว่างรอประธานเข้าประชุมเพื่อหารือนอกรอบว่าจะเริ่มประชุมได้หรือไม่ โดยมี พล.อ.ท.ธนพันธุ์ เป็นผู้เปิดประเด็นหารือ
จากนั้น เมื่อเริ่มเข้าสู่ที่ประชุม กสทช.ศุภัช ได้เป็นผู้เปิดประเด็นต่อประธานกสทช.ก่อน ขณะที่ประธานกสทช.พยายามจะเปิดประชุม โดยที่บอร์ด 3 คน คือ พลอากาศโท ธนพันธุ์ กสทช.พิรงรอง และ กสทช.ศุภัช คัดค้าน ขอไม่ให้มีการเปิดประชุม เนื่องจากได้รับจดหมายจากคณะกรรมการสรรหาเรื่องการขาดคุณสมบัติของประธานกสทช.ตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ)”
พลอากาศโท ธนพันธุ์ ชี้แจงว่า ตนเองต้องการทำหน้าที่โดยได้ชี้แจงชัดเจนว่าต้องการความชัดเจนในประเด็นคุณสมบัติของประธาน กสทช. ก่อนที่จะทำการประชุมซึ่งกรรมการท่านอื่นก็เห็นด้วยเนื่องจากมติคณะกรรมการสรรหาฯ ได้ส่งถึงผู้รับคำสั่งและกรรมการทุกคนแล้ว ย่อมมีผลตามกฎหมาย
แม้ นพ.สรณฯ จะไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยฯ นี้ ก็สามารถใช้สิทธิ ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองได้ แต่ตามมาตรา 15 วรรคเจ็ดแห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ บัญญัติว่า “ในกรณีที่การฟ้องคดีเกี่ยวกับการสรรหากรรมการต่อศาลปกครอง การฟ้องคดีดังกล่าวไม่เป็นเหตุให้ระงับหรือชะลอการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการสรรหาที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
เว้นแต่ศาลปกครองจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น” จึงถือว่า นพ.สรณฯ เป็นผู้สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. เท่ากับว่าไม่ได้เป็นกรรมการ กสทช.ตั้งแต่แรก และเมื่อไม่ได้เป็น กสทช.จะทำหน้าที่ได้อย่างไร และหากมีการประชุมหรือมีมติใดออกไป กรรมการ กสทช. ย่อมมีความผิดเช่นกัน
จึงใคร่ขอให้ นพ.สรณฯ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ และกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ 6 คน จะต้องทำหน้าที่ต่อไป เพื่อให้องค์กรสามารถไปต่อได้ตามที่กฎหมายบัญญัติ และเมื่อท่านไปดำเนินการตามสิทธิทางศาลแล้วภายหลังศาลมีคำวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น ทางกรรมการ กสทช. ที่เหลือก็พร้อมจะน้อมรับ
จึงเกรงว่าจะกระทบต่อมติต่างๆที่อาจได้รับผลกระทบจากการประชุมครั้งนี้ จากนั้นจึงได้เดินออกจากห้องประชุมพร้อมกันทั้ง 3 คน
ขณะที่ประธานกสทช. และนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการกสทช. ยืนยันว่า สำนักงานฯ ถือว่าประธานยังคงเป็นประธานตามกฎหมายทุกอย่าง เพราะยังไม่มีพระบรมราชโองการเปลี่ยนแปลง หากไม่ปฏิบัติตามอาจเข้าข่าย "ลดทอนพระราชอำนาจ"
ด้าน 3 กสทช. ระบุว่า คณะกรรมการสรรหาได้มีมติชัดเจนแล้วว่า ประธาน "สละสิทธิ์ในการเข้ารับตำแหน่ง" ซึ่ง กรรมการ ทั้ง 3 คน มองว่าหากร่วมประชุมในขณะที่สถานะประธานไม่ชัดเจน จะมีความเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่ ถ้าจะออกมติอะไรไปแล้ว จะไม่ได้เอาความคุ้มครองทางกฎหมายไปด้วย
ดังนั้นทำให้ที่ประชุม รอให้บอร์ดทั้ง 3 คน กลับมาเข้าร่วมประชุมตามระเบียบ หลังเปิดประชุม 30 นาที ซึ่งบอร์ดทั้ง 3 คน ไม่ได้กลับเข้ามา ทำให้จำนวนผู้ร่วมประชุมไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ทำให้ประธานกสทช.ปิดการประชุม เวลา 10.00 น. หลังเปิดประชุมเวลา 09.30 น. และนัดประชุมใหม่วันที่ 5-6 ส.ค. 2569
สำหรับวาระการประชุมวันนี้ที่ค้างอยู่ ประกอบด้วย วาระประชุมบอร์ดกสทช.วันที่ 27 ก.ค.69 ซึ่งนายไตรรัตน์ได้พูดสั้นๆ กับนักข่าวภายหลังปิดประชุมว่า วาระสำคัญค้างอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะดาวเทียมไทยคม 4 ที่ใกล้จะตกอยู่แล้ว https://www.posttoday.com/business/745706







