
นายกฯ เปิด Gastech 2026 ชู 3 พลังงาน ย้ำไทยศูนย์กลางลงทุนอาเซียน
ไทยเปิดเวที Gastech 2026 ชู 3 ยุทธศาสตร์พลังงาน มั่นคง-เปลี่ยนผ่าน-ต่อยอดลงทุน พร้อมอัดงบโซลาร์เซลล์ 5 หมื่นล้านบาท มุ่งสู่ศูนย์กลางพลังงานและการลงทุนอาเซียน
KEY
POINTS
- นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงาน Gastech 2026 พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านพลังงานของอาเซียน
- รัฐบาลประกาศ 3 ยุทธศาสตร์หลักด้านพลังงานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ
- นโยบายมุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานผ่านก๊าซธรรมชาติและ LNG ควบคู่ไปกับการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมและนิทรรศการพลังงานระดับโลก Gastech Exhibition & Conference 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค
โดยการจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจากกว่า 15 ประเทศ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญและภาครัฐ-เอกชนจากทั่วโลกเข้าร่วม
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้แสดงวิสัยทัศน์ในการสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องจนดันให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ซึ่งพลังงานส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพ ต้นทุนธุรกิจ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
รัฐบาลประกาศ 3 ยุทธศาสตร์หลักด้านพลังงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ
1. สร้างความมั่นคงทางพลังงานในราคาที่เข้าถึงได้
ในยุทธศาสตร์แรก รัฐบาลเน้นย้ำบทบาทของก๊าซธรรมชาติและ LNG ซึ่งยังคงเป็นพลังงานหลักในการรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า
ควบคู่ไปกับการเร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน การกระจายแหล่งพลังงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก และดูแลต้นทุนค่าไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับประชาชนและภาคธุรกิจ
2. การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่เกิดขึ้นได้จริง (Practical Energy Transition)
รัฐบาลมุ่งเน้นการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน
โดยเตรียมลุย โครงการสนับสนุนครัวเรือนติดตั้งโซลาร์เซลล์ วงเงิน 50,000 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วยการยกเว้นภาษีนำเข้าอุปกรณ์บางประเภทเพื่อลดต้นทุนค่าไฟ
นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการนำผลิตผลทางเกษตรมาต่อยอดเป็นพลังงานชีวภาพ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานราก
3. เชื่อมโยงนโยบายพลังงานสู่โอกาสทางการค้าและการลงทุน
ไทยเตรียมความพร้อมทั้งด้านกฎระเบียบ โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และระบบพลังงานสะอาด เพื่อรองรับการลงทุนระยะยาวจากต่างชาติ
ซึ่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ไทยมี ยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 37 คาดการณ์ว่าจะเกิดการจ้างงานใหม่กว่า 82,000 ตำแหน่ง
โดยเม็ดเงินลงทุนเหล่านี้จะเข้ามาช่วยยกระดับทักษะแรงงานไทยและเสริมความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานในประเทศ
ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางพลังงานและนวัตกรรมแห่งภูมิภาค
นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ไทยพร้อมเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ ร่วมมือกับนานาประเทศทั้งในด้าน LNG, พลังงานหมุนเวียน, ระบบกักเก็บพลังงาน, การจัดการคาร์บอน, ไฮโดรเจน และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด
โดยอาศัยทำเลที่ตั้งใจกลางอาเซียน โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม และบุคลากรที่มีศักยภาพ ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการลงทุน นวัตกรรม และความร่วมมือด้านพลังงานที่ยั่งยืนของภูมิภาค







