posttoday
BAM ตั้งเป้ารักษา D/E ไม่เกิน 2.0 เท่า เร่งสร้างกระแสเงินสด ลดภาระหนี้

BAM ตั้งเป้ารักษา D/E ไม่เกิน 2.0 เท่า เร่งสร้างกระแสเงินสด ลดภาระหนี้

14 พฤษภาคม 2569

BAM คุม D/E ไตรมาส 1/69 ที่ 1.96 เท่า ตั้งเป้ารักษา D/E ไม่เกิน 2.0 เท่า ชูโมเดลโรงพยาบาลแก้หนี้เร่งบริหาร NPL และ NPA รุกกลยุทธ์พันธมิตรขยายฐานลูกค้า เพื่อสร้างกำไรที่มั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน

KEY

POINTS

  • BAM ตั้งเป้ารักษาระดับหนี้สินต่อทุน (D/E) ไม่ให้เกิน 2.0 เท่า จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.96 เท่า
  • เร่งสร้างกระแสเงินสดผ่านการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) โดยเน้นการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้และยกระดับเป็น “โรงพยาบาลแก้หนี้”
  • เพิ่มกระแสเงินสดจากทรัพย์สินรอการขาย (NPA) โดยร่วมมือกับพันธมิตรและออกโครงการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเพื่อขยายฐานลูกค้า

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) 1.96 เท่า ซึ่งอยู่เกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยได้วางกรอบรักษาระดับ D/E ให้ไม่เกิน 2.0 เท่า ด้วยการวางแนวทางเร่งกระแสเงินสดจากการเดินหน้าบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ และหาทางออกที่เหมาะสมให้กับลูกหนี้แต่ละราย 

โดย BAM ยึดแนวทางให้โอกาสลูกหนี้สามารถได้หลักประกัน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัย หรือที่ทำกินกลับคืนไปด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรน พร้อมการยกระดับบทบาทจากผู้บริหารสินทรัพย์สู่การเป็น “โรงพยาบาลแก้หนี้” ผ่านการให้คำปรึกษา วิเคราะห์ปัญหา และออกแบบแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสมกับศักยภาพของลูกหนี้แต่ละราย ซึ่งจะช่วยให้ลูกหนี้รายใหม่เข้ามาเจรจาปรับโครงสร้างหนี้มากยิ่งขึ้น
 
ส่วนการสร้างกระแสเงินสดทางด้าน NPA ใช้แนวทางให้กลุ่มผู้เปราะบางเข้าถึงโอกาสได้มากขึ้น ผ่านโครงการ ทรัพย์มหาชน พลัส รวมถึงการร่วมมือด้วยการทำบันทึกข้อตกลงทางธุรกิจ (MOU) ระหว่างหน่วยงานข้าราชการและรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ เช่น ข้าราชการและบุคลากรในสังกัดกรุงเทพมหานคร (BKK) ซึ่งจะช่วยเพิ่มการขยายฐานลูกค้าได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น 

พร้อมทั้งการเดินหน้ากลยุทธ์พันธมิตรทางธุรกิจ (NPA Partnership) เพื่อขยายฐานธุรกิจและเพิ่มแหล่งรายได้ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวจะเป็นการช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างมั่นคง

ดร.รักษ์ฯ กล่าวอีกว่า จากแนวทางการสร้างกระแสเงินสดดังกล่าวจะช่วยทำให้ BAM สามารถลดภาระหนี้โดยรักษาระดับ D/E ไม่เกิน 2.0 เท่า พร้อมทั้งยังช่วยกลุ่มเปราะบางในการเข้าถึงโอกาสได้มากขึ้น ทั้งการซื้อทรัพย์เงินผ่อน การประนอมหนี้ และการปรับโครงสร้างหนี้อย่างเหมาะสม ทำให้โครงสร้างรายได้ของ BAM มีเสถียรภาพมากขึ้น ลดความผันผวนจากการพึ่งพาการปิด Big Ticket ทำให้ BAM สามารถบริหารจัดการสินทรัพย์และสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่ความแข็งแกร่งขององค์กรได้อย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

CPF ไตรมาส 1/69 กำไรวูบ 43% เซ่นหมูราคาตก จีน-ไทยกดดันหนัก ท่ามกลางต้นทุนพลังงานพุ่ง

CPF ไตรมาส 1/69 กำไรวูบ 43% เซ่นหมูราคาตก จีน-ไทยกดดันหนัก ท่ามกลางต้นทุนพลังงานพุ่ง