ธกส.คาดสินเชื่อปี69 โต 2% เร่งคุม NPL รุกคนรุ่นใหม่-เริ่มปุ๋ยคนละครึ่งใน 3 ปี
ธกส.คาดปีบัญชีใหม่สินเชื่อโตเพียง 2% เพิ่มขึ้นเพียง 3 หมื่นล้าน สะท้อนข้อจำกัดภาคเกษตร เร่งปรับโครงสร้างหนี้กด NPL -ปล่อยกู้คนรุ่นใหม่ เริ่มโครงการ ปุ๋ยคนละครึ่งใน 3 ปี
KEY
POINTS
- ธ.ก.ส. คาดการณ์ว่าสินเชื่อในปีบัญชี 2569 จะเติบโตเพียง 2% หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งสะท้อนการชะลอตัวของภาคเกษตร
- ธนาคารเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่สูงถึง 6.88% ผ่านมาตรการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อควบคุมคุณภาพสินทรัพย์
- ธ.ก.ส. เดินหน้าขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยออกโครงการสินเชื่อเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่และผู้ที่เตรียมเกษียณเข้าสู่ภาคการเกษตร
ท่ามกลางแรงกดดันจากโครงสร้างภาคเกษตรที่เปลี่ยนไป ทั้งพื้นที่เพาะปลูกที่ไม่ขยายตัว จำนวนแรงงานที่ลดลง และรายได้จากผลผลิตที่ยังเปราะบาง แนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อภาคเกษตรจึงเริ่มเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ประเมินว่าในปีบัญชี 2569/2570 (เริ่ม 1 เม.ย. 2569) พอร์ตสินเชื่อจะขยายตัวเพียงราว 3 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 2% จากฐานเดิมที่อยู่ที่ 1.66 ล้านล้านบาท ณ สิ้นมีนาคม 2569 แม้ยังดีกว่าปีก่อนหน้าที่โตไม่ถึง 1% แต่ก็สะท้อนการชะลอตัวเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน
นายฉัตนชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ระบุว่า แม้ภาพรวมพอร์ตจะโตจำกัด แต่ในทางปฏิบัติยังมีการปล่อยสินเชื่อหมุนเวียนตามรอบการผลิตสินค้าเกษตรรวมสูงถึง 7 -8 แสนล้านบาทต่อปี
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังน่าจับตา โดย หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ณ สิ้นปีบัญชีล่าสุดอยู่ที่ 6.88% สูงกว่าเป้าหมายที่ 5.23% ธนาคารจึงเร่งใช้มาตรการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อไม่ให้ลูกค้าหลุดชั้นเป็นหนี้เสียเพิ่ม ขณะที่มีการกันสำรองในระดับสูงถึง 400%
ในเชิงนโยบาย ธ.ก.ส.เดินหน้าขยายฐานลูกค้าใหม่ ผ่านโครงการสินเชื่อดึง “New Comer” เข้าภาคเกษตร โดยลดเกณฑ์อายุจาก 50 ปี เหลือ 40 ปี วงเงินกู้สูงสุด 8 ล้านบาท สำหรับบุคลากรภาครัฐและเอกชนที่เตรียมเกษียณ ดอกเบี้ยปีที่ 1-5 เท่ากับ MRR-2% ต่อปี ผ่อนนาน 20 ปี เพื่อรองรับสังคมสูงวัยและสร้างรายได้หลังเกษียณ
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการช่วยลดต้นทุนเกษตรกร ผ่านโครงการ “ปุ๋ยคนละครึ่ง” วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ระยะ 3 ปี เปิดให้กู้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อฤดูการผลิต โดยรัฐช่วยจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน ควบคู่การให้ความรู้เกษตรแม่นยำ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนโจทย์ใหญ่ของภาคเกษตรไทย ที่ไม่ได้อยู่แค่เรื่องสภาพคล่อง แต่เป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่กดการเติบโตในระยะยาว ซึ่งยังต้องการมาตรการเชิงลึกมากกว่าการอัดฉีดเงินเพียงอย่างเดียว


