รายงานพิเศษ:ฝ่าวิกฤตต้นทุนพลังงาน กางมาตรการตรึงค่าตั๋วรับสงกรานต์
กรมการขนส่งทางบกประกาศตรึงราคาค่าโดยสารรถสาธารณะทุกประเภทระหว่างวันที่ 6-19 เมษายน 2569 เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชนช่วงสงกรานต์ก่อนเริ่มปรับขึ้นราคาจริงทั่วประเทศ
KEY
POINTS
- มาตรการระยะสั้น: กรมการขนส่งทางบกสั่งตรึงราคาค่าโดยสาร บขส. และรถร่วมทุกประเภทระหว่างวันที่ 6-19 เมษายน 2569 เพื่อลดภาระค่าครองชีพช่วงสงกรานต์
- กำหนดการปรับขึ้น: อัตราค่าโดยสารใหม่จะเริ่มบังคับใช้จริงตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2569 โดยรถบัสปรับขึ้น 5 บาท และรถตู้ปรับขึ้น 2 บาท ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร
- ข้อแนะนำผู้เดินทาง: ประชาชนควรเร่งจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าก่อนวันที่ 19 เมษายน เพื่อล็อกราคาเดิมก่อนที่ราคาใหม่จะเริ่มใช้ตามรอบเวลาที่กำหนด
อุ้มค่าครองชีพประชาชนช่วงสงกรานต์
รัฐบาลโดยกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 โดยมีคำสั่งให้บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และรถร่วมเอกชนทุกประเภท คงอัตราค่าโดยสารเดิม ไว้ตั้งแต่วันที่ 6 จนถึงวันที่ 19 เมษายน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว ซึ่งเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้ระบบขนส่งมวลชนสูงที่สุดของปี
เบื้องหลังของมาตรการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารใหม่ อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบกได้ประเมินผลกระทบต่อภาคประชาชนอย่างรอบด้าน จึงได้ข้อสรุปให้ชะลอการปรับราคาออกไปจนกว่าจะสิ้นสุดเทศกาล โดยแหล่งข่าวจาก ขบ. ระบุว่า "เราจำเป็นต้องสั่งคงอัตราค่าโดยสารเดิมไว้ก่อนตลอดช่วงสงกรานต์ เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนจำนวนมากที่ต้องเดินทางในช่วงเวลานี้"
เปิดไทม์ไลน์ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านและราคาใหม่
แม้จะมีการตรึงราคาเพื่อความสุขของประชาชนในช่วงเทศกาล แต่มาตรการดังกล่าวมีกำหนดเวลาสิ้นสุดที่ชัดเจน โดย อัตราค่าโดยสารใหม่จะเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งการปรับขึ้นราคาจะครอบคลุมทั้งรถโดยสารระหว่างเมืองและรถตู้สาธารณะตามระยะทาง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและดำเนินธุรกิจต่อไปได้ภายใต้กลไกตลาดที่เป็นจริง
สำหรับรายละเอียดการปรับขึ้นราคาที่ประชาชนต้องเตรียมรับมือหลังวันที่ 19 เมษายน ประกอบด้วย รถโดยสารระหว่างเมือง (รถบัส) ปรับขึ้น 5 บาท ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตรต่อที่นั่ง ส่วนรถตู้โดยสารปรับขึ้น 2 บาท ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร และรถสองแถวมีแนวโน้มปรับขึ้นประมาณ 1-2 บาทต่อคน ขณะที่อัตราค่าโดยสารแท็กซี่ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาในลำดับถัดไป เนื่องจากใช้พลังงานก๊าซและเบนซินซึ่งมีโครงสร้างราคาต่างจากรถใหญ่ที่ใช้ดีเซล
เสียงสะท้อนจากผู้ใช้บริการและข้อแนะนำการเดินทาง
ในมุมมองของผู้ใช้บริการ มาตรการนี้ได้รับการตอบรับในเชิงบวกว่าช่วยลดภาระได้ทันท่วงที แต่ยังมีความกังวลถึงค่าใช้จ่ายในระยะยาวหลังจบเทศกาล ขณะที่ฟากผู้ประกอบการระบุว่าการปรับขึ้นราคามีความจำเป็นเพื่อให้สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายจริง ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์สูงสุด กรมการขนส่งทางบกจึงให้คำแนะนำแก่ประชาชนว่า "ขอให้ผู้ที่วางแผนเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว รีบจองตั๋วโดยสารล่วงหน้า เพื่อให้ได้ราคาเดิมก่อนที่จะมีการปรับขึ้นหลังจบเทศกาล"
โดยสรุป มาตรการตรึงราคาค่าโดยสารจนถึงวันที่ 19 เมษายน ถือเป็น "กันชน" สำคัญที่ช่วยชะลอความเดือดร้อนในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการปรับราคาใหม่หลังเทศกาลเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวทางช่วยเหลือในอนาคต หากต้นทุนพลังงานยังไม่มีแนวโน้มลดลง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความอยู่รอดของผู้ประกอบการและกำลังซื้อของภาคครัวเรือน


