KTC ผนึกพันธมิตร ดัน Solar Rooftop ลดภาษี สู่วิถี Smart จริงจัง ยุควิกฤตพลังงาน
เคทีซีจับมือพันธมิตรผลักดัน Solar Rooftop ผ่านมาตรการลดหย่อนภาษี 200,000 บาท ช่วยคนไทยลดค่าไฟ สร้างพลังงานสะอาด และยกระดับสู่ Smarter Living ยุควิกฤตพลังงาน
จากวิกฤตพลังงานโลกที่ส่งผลให้ชีวิตไร้ความมั่นคงขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ “พลังงานแสงอาทิตย์” กำลังก้าวขึ้นมาเป็นทางเลือกสำคัญที่ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือ “การลงทุนระยะยาว” ที่ตอบโจทย์ทั้งเศรษฐกิจครัวเรือนและความมั่นคงของประเทศ และในความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดย บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” ได้สะท้อนภาพชัดของการเปลี่ยนผ่านนี้ ผ่านเวที “Solar Rooftop: มาตรการใหม่คืนภาษี 200,000 บาท พลิกเกมพลังงานบ้านไทย” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเวทีให้ข้อมูล แต่ยังช่วย “ปลดล็อกความเข้าใจ” ของประชาชนเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และโอกาสที่กำลังเปิดขึ้น
มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop วงเงินสูงสุด 200,000 บาท ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ภาครัฐใช้ผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยออกแบบให้เจ้าของบ้านได้รับประโยชน์โดยตรง ทั้งในแง่การลดภาระภาษีและลดค่าไฟในระยะยาว เงื่อนไขสำคัญคือผู้ขอสิทธิต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า ติดตั้งระบบแบบ On-grid ขนาดไม่เกิน 10 kWp และเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าเรียบร้อยภายในปีภาษีที่ยื่นสิทธิ์ ซึ่งมาตรการนี้จะเปิดให้ใช้ถึงสิ้นปี 2028 และจำกัดเพียงหนึ่งสิทธิต่อหนึ่งหลังคาเรือน
ในเชิงเศรษฐศาสตร์ครัวเรือน การติดตั้งโซลาร์ขนาดประมาณ 5 kW สามารถช่วยลดค่าไฟได้ราว 2,000–2,500 บาทต่อเดือน หรือเฉลี่ย 30–60% ต่อปี นี่จึงไม่ใช่เพียงการประหยัดค่าใช้จ่าย แต่คือการสร้าง “เกราะป้องกันความเสี่ยงด้านพลังงาน” ในระยะยาว ขณะเดียวกันยังช่วยลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ซึ่งเป็นภาระงบประมาณของประเทศในระดับหลายแสนล้านบาทต่อปี
นางสาวจารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มติดตามและประเมินผล กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน (พพ.) เผยว่า “มาตรการลดหย่อนภาษีติดตั้ง Solar Rooftop วงเงินสูงสุด 200,000 บาท ออกแบบมาเพื่อให้ประชาชนเจ้าของบ้านได้รับประโยชน์โดยตรง โดยเฉพาะครัวเรือนที่ต้องการลดค่าไฟในระยะยาวและเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระดับครอบครัว โดยผู้มีสิทธิต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า ติดตั้งระบบโซลาร์แบบ On-grid บนหลังคา ดาดฟ้า หรือพื้นที่อยู่อาศัยจริง กำลังการผลิตไม่เกิน 10 kWp และต้องซื้อจากผู้ประกอบการที่ออก e‑Tax Invoice พร้อมทั้งต้องเชื่อมต่อระบบกับโครงข่ายไฟฟ้า (MEA หรือ PEA) ให้เสร็จและต้องยื่นขอใช้สิทธิ์ในปีภาษีที่ได้รับเชื่อมต่อเท่านั้น
มาตรการนี้จำกัดหนึ่งหลัง–หนึ่งสิทธิ และใช้ได้ครั้งเดียวตลอดโครงการจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2028 จึงถือเป็นทั้งมาตรการช่วยลดภาระภาษีและลดค่าใช้จ่ายการลงทุนติดตั้งระบบฯ หากติดตั้งขนาด 5kW จะสามารถช่วยะประหยัดค่าไฟได้ประมาณ 2,000-2,500 บาท/เดือน ลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า และลดการปล่อยคาร์บอนของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรศึกษาหลักเกณฑ์การใช้สิทธิให้ครบถ้วนตามที่ภาครัฐกำหนด เพื่อให้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ และร่วมกันสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว”
“ผลิตไฟใช้เอง–ชาร์จเอง–ประหยัดจริง” สัญญาณของตลาดที่กำลังก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพ
นายเอกภัทร ปัญญาแก้ว ประธานบริหาร บริษัท เอโซลาร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เผยว่า “หลังภาครัฐประกาศมาตรการลดหย่อนภาษีติดตั้ง Solar Rooftop วงเงินสูงสุด 200,000 บาท เราเห็นแรงกระเพื่อมด้านดีมานด์อย่างชัดเจน ยอดติดตั้งเพิ่มขึ้นราว 30–40% โดยมีทั้งปัจจัยฤดูร้อนซึ่งเป็นไฮซีซันของโซลาร์ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ทำให้ครอบครัวไทยมองเห็นภาพ ‘ผลิตไฟเอง–ชาร์จเอง–ประหยัดจริง’ ได้อย่างเป็นรูปธรรม ข้อกำหนดด้านมาตรฐานอุปกรณ์ระดับสูงไม่ได้เป็นอุปสรรคต่ออุตสาหกรรม เพราะผู้ประกอบการที่ได้มาตรฐานอยู่แล้วจะได้รับประโยชน์จากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของตลาดในระยะยาว
โดยคำถามที่ลูกค้ามักสอบถามแตกต่างกันไปตามประสบการณ์ของแต่ละราย ผู้เริ่มต้นติดตั้ง Solar Rooftop มักกังวลเรื่องระยะคืนทุน ส่วนลูกค้าที่มีความรู้เบื้องต้นจะโฟกัสเรื่องความปลอดภัยของการติดตั้ง ทีมงาน A Solar จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่หลายคนสนใจติดโซลาร์รูฟท็อปไว้วางใจ อีกทั้งยังให้บริการครบวงจร ทั้งประเมินระยะคืนทุนตามหน้างาน อธิบายมาตรฐานวิศวกรรมและความปลอดภัย ดูแลเอกสาร e‑Tax Invoice รวมถึงขั้นตอนการขออนุญาตเชื่อมต่อไฟฟ้าเพื่อให้ใช้สิทธิ์ภาษีได้อย่างมั่นใจ สำหรับกำลังการผลิตที่เหมาะสมกับบ้านส่วนใหญ่ในไทยคือระบบ On‑grid ขนาดไม่เกิน 10 kWp ซึ่งครอบคลุมพฤติกรรมการใช้ไฟประมาณ 50–60% ของครัวเรือน โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศและอุปกรณ์ไฟฟ้าช่วงกลางวัน และยังสามารถต่อยอดสู่ระบบ Smart Home หรือการชาร์จรถยนต์ EV ได้ตามความต้องการของผู้บริโภคจริง”
ในบทบาทของ Financial Enabler เคทีซีเข้ามาช่วยลดอุปสรรคด้านการเงิน โดยเปิดทางเลือกการผ่อนชำระ พร้อมสิทธิประโยชน์ร่วมกับพันธมิตรผู้ให้บริการ Solar Rooftop กว่า 21 รายทั่วประเทศ และมีแผนขยายเป็น 35 รายภายในปี 2569 ข้อมูลจากเคทีซีเองยังชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างชัดเจน โดยยอดใช้จ่ายผ่านบัตรในหมวด Solar Roof เพิ่มขึ้นถึง 110% และจำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้น 40% ในช่วงต้นปี สะท้อนว่า “พลังงานแสงอาทิตย์” กำลังถูกมองเป็นเครื่องมือบริหารต้นทุนระยะยาวมากขึ้น ไม่ใช่เพียงสินค้าเทคโนโลยี
นายณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า ผู้ให้บริการ Solar Rooftop ทุกรายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันและการติดตั้ง Solar Roof ที่ผ่านการคัดเลือกอย่างรอบคอบ เพื่อให้สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีและบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” รวมกว่า 3 ล้านบัตร มั่นใจได้ถึงคุณภาพเทคโนโลยี ประสิทธิภาพการติดตั้ง และความคุ้มค่าในระยะยาว โดยสมาชิกยังสามารถรับสิทธิผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืน และใช้คะแนน KTC FOREVER แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13% ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2569 - 30 พฤศจิกายน 2569 ตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง Solar Rooftop และสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่าย สะดวก และก้าวจาก Smart Living ไปสู่ Smarter Living ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น”
นางสาวอัจฉรา ปู่มี ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร บริษัท แพค คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการโซลูชั่นด้าน Energy Efficiency มายาวนาน เราเห็นการเปลี่ยนผ่านของบ้านไทยจากการใช้เทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย ไปสู่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อนวัตกรรมในบ้านเริ่มเชื่อมต่อกับแหล่งพลังงานสะอาด เช่น เครื่องทำน้ำร้อนจากเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องปรับอุณหภูมิสระว่ายน้ำของ PAC Regenerating Energy ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์ จะช่วยให้ครัวเรือนบริหารจัดการต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและยั่งยืน และยกระดับ Smart Living ให้กลายเป็น Smarter Living อย่างแท้จริง
สำหรับวันนี้ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของพลังความร่วมมือที่ทำให้การใช้โซลาร์เกิดขึ้นได้จริง ภาครัฐออกมาตรการและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ผู้ประกอบการยกระดับมาตรฐานและเทคโนโลยีให้เท่าทันยุคสมัย เคทีซีทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้ผู้บริโภคเข้าถึง โซลูชันได้ง่ายขึ้น และสื่อมวลชนช่วยสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องไปสู่ประชาชน สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘ความเข้าใจที่ถูกต้อง’ เมื่อประชาชนรู้ว่าต้องเตรียมอะไร ขั้นตอนเป็นอย่างไร และควรเริ่มต้นตรงไหน มาตรการนี้จะกลายเป็นแรงขับที่ทำให้บ้านไทยก้าวสู่ Smarter Living ได้จริงในอนาคตอันใกล้”
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ktc.promo/solar-roof
สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ


