
เซ็นทรัลปั้นฝันโกลบอลแบรนด์
ต่อยอด
‘เซ็นทรัลแอมบาสซี’ เผยลงทุนใหญ่สุดในรอบ50ปีโพสต์ทูเดย์ — เซ็นทรัลวาดอนาคตสู่ “โกลบอล แบรนด์” ผ่านโครงการหมื่นล้านบาท “เซ็นทรัล แอมบาสซี” หวังผงาดเอเชีย
นายทศ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (ซีอาร์ซี) ผู้บริหารธุรกิจค้าปลีกและห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เปิดเผยว่า บริษัทใช้งบลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท พัฒนาโครงการ “เซ็นทรัล แอมบาสซี” ประกอบด้วย ธุรกิจค้าปลีก โรงแรม และศูนย์บันเทิง โดยวางตำแหน่งโครงการระดับสุดหรู (อัลตรา ลักชัวรี) บนถนนเพลินจิต ในพื้นที่สถานทูตอังกฤษเดิม
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะเน้นสะท้อนภาพลักษณ์องค์กรสู่ความเป็นแบรนด์ระดับโลก หรือ “โกลบอล แบรนด์” ในอนาคต และเป็นโครงการใหญ่สุดในรอบ 60 ปี ของธุรกิจค้าปลีกห้างเซ็นทรัล โดยคาดว่าส่วนของธุรกิจค้าปลีกจะแล้วเสร็จในปี 2553 และโรงแรมพาร์คไฮแอทจะแล้วเสร็จในปี 2557
ขณะเดียวกัน โครงการดังกล่าวจะรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจในเอเชียและอาเซียน ซึ่งมีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในศตวรรษต่อจากนี้ โดยเฉพาะการรวมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ซึ่งจะส่งผลให้ภูมิภาคนี้มีฐานกำลังซื้อจำนวนมาก
นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย ยังมีความสำคัญในระดับภูมิภาค และสอดคล้องกับตำแหน่งโครงการเซ็นทรัล แอมบาสซี ที่อยู่ในระดับเดียวกับโครงการขนาดใหญ่ในเอเชีย อาทิ ไทเป 101 ไต้หวัน, แปซิฟิก เพลส ฮ่องกง, ไอเอฟซี เซี่ยงไฮ้และโตเกียว มิดทาวน์ ญี่ปุ่น
สำหรับจุดเด่นโครงการอยู่ที่ “วินโดวส์ ดิสเพลย์” ที่ยาวต่อเนื่องกว่า 400 เมตร จากสี่แยกวิทยุแยกชิดลม วางแนวคิดการออกแบบมีความเป็นไทย แต่ทันสมัยจากวัสดุอะลูมิเนียม พร้อมมีแผนปรับปรุงห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลมให้สอดคล้องกันด้วย
บโครงการเซ็นทรัล แอมบาสซี ด้วย เพื่อเสริมให้เซ็นทรัลชิดลม เป็นห้างสรรพสินค้าต้นแบบ(แฟล็กชิป สโตร์) ที่มีความครบครันและรองรับกลุ่มเป้าหมายทุกระดับ
“
บริษัทไม่ได้มองเรื่องการเมือง แต่มองว่าเป็นโครงการในอีก 50 ปี เพื่ออนาคตมากกว่า ซึ่งหากเอกชนไม่ช่วยกันลงทุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคคงไม่เกิดขึ้น” นายทศ กล่าวด้านนายชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเซ็นทรัล แอมบาสซี กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจับกลุ่มเป้าหมายชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศ 70% และอีก 30% เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง รวมทั้งรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในย่านดังกล่าวที่กำลังเกิดขึ้นรวมแล้ว 14 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมกันไม่ต่ำกว่า 1แสนล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มกำลังซื้อระดับบนเช่นกัน โดยคาด 10 ปีคืนทุน







