
พาณิชย์อ้อนสหรัฐต่อจีเอสพีให้สินค้าไทย
พาณิชย์ อ้อนมะกันต่ออายุสิทธิพิเศษทางภาษีให้สินค้าไทยในปี 2554 หวั่นสินค้าไทยเสียเปรียบแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ
พาณิชย์ อ้อนมะกันต่ออายุสิทธิพิเศษทางภาษีให้สินค้าไทยในปี 2554 หวั่นสินค้าไทยเสียเปรียบแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ
นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังหารือกับเจ้าหน้าที่รัฐสภาของสหรัฐฯว่า ได้ขอให้พิจารณาทบทวนการต่ออายุโครงการสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ปี 2554 ที่ให้กับสินค้าไทย หลังจากวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯไม่ต่ออายุจีเอสพี ที่หมดอายุไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. เพราะมีปัญหาบางประการในการพิจารณา ส่งผลให้ผู้นำเข้าสินค้าของสหรัฐฯที่ได้รับสิทธิจีเอสพีจากทุกประเทศที่เคยได้รับสิทธิ รวมถึงไทย จะต้องเสียภาษีนำเข้าอัตราปกติ (เอ็มเอฟเอ็น) สำหรับการนำเข้าไปยังสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. เป็นต้นไป จากเดิมที่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าเลย จนกว่ารัฐสภาสหรัฐฯจะอนุมัติให้ต่ออายุโครงการจีเอสพีได้ คาดว่า จะประกาศผลเดือนเม.ย.นี้
การหารือในครั้งนี้ ได้ชี้แจงให้สหรัฐฯเห็นถึงความจำเป็นที่สินค้าไทยสมควรได้รับสิทธิจีเอสพีต่อไป เพราะไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนา การได้รับสิทธิ จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันกับประเทศพัฒนาแล้ว ที่ส่งออกไปสหรัฐฯ รวมถึงยังเป็นการรักษาส่วนแบ่งตลาดสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ และเป็นการทำให้เกษตรกรไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย โดยสินค้าไทยที่ได้จีเอสพีปีที่แล้ว แต่ปีนี้ยังไม่ได้ต่ออายุ เช่น ถุงมือยาง และเครื่องประดับทำด้วยเงิน
นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนวแนะแนวทางการปรับปรุงโครงการจีเอสพีของสหรัฐฯ โดยในเรื่องของกฎแหล่งกำเนิดสินค้านั้น ได้เสนอให้ ไทยสามารถใช้วัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศอื่นผลิตสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯโดยยังได้รับจีเอสพี ส่วนเรื่องการคำนวณต้นทุนสินค้า และกำหนดมูลค่าเพดานการส่งออกของแต่ละสินค้า ที่สหรัฐฯกำหนดไว้ไม่เกิน 145 ล้านเหรียญฯนั้น ได้ขอให้สหรัฐฯพิจารณาจากต้นทุนการผลิตที่แท้จริง ของสินค้าแต่ละรายการ ไม่ใช่คำนวณเหมือนกันหมดทุกสินค้า เพราะแต่ละสินค้ามีต้นทุนต่างกัน
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ยังได้ขอให้สหรัฐฯสนับสนุนให้ไทยหลุดจากบัญชีประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับบลิวแอล) ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตามมาตรา 301 พิเศษ กฎหมายการค้าสหรัฐฯ ที่จะประกาศผลการทบทวนใหม่ในเดือนเม.ย.นี้







