posttoday

คลังเปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์ผ่านแอปฯ เป๋าตัง-6 ธนาคาร รวม 2 หมื่นล้าน

22 กรกฎาคม 2568

สบน. เปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นใหม่ อายุ 10 ปี วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท แบ่งขายผ่านแอปฯ เป๋าตัง 5,000 ล้านบาท และธนาคารตัวแทน 15,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.49% ต่อปี

นายพชร อนันตศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ครั้งที่ 2 วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 2 ช่องทาง คือ

1. ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง (วอลเล็ต สบม.) วงเงิน 5,000 ล้านบาท 

สำหรับพันธบัตรรุ่นอายุ 10 ปี รหัส SBST357A 

อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได ได้แก่

  • ปีที่ 1–3:  1.70% ต่อปี
  • ปีที่ 4–7:  2.40% ต่อปี
  • ปีที่ 8–10: 3.40% ต่อปี
  • เฉลี่ยตลอดอายุพันธบัตร 2.49% ต่อปี

เปิดขายระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม ถึง 7 สิงหาคม 2568 ผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปฯ เป๋าตัง โดยผู้ซื้อจะต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย อายุ 15 ปีขึ้นไป (อายุต่ำกว่า 20 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง)

สามารถซื้อขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 100 บาท และซื้อได้สูงสุดไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อรายต่อรุ่น โดยจำกัดวงเงินซื้อครั้งละไม่เกิน 5 ล้านบาท และต้องซื้อเป็นจำนวนเท่าของ 100 บาท การจัดสรรใช้วิธีมาก่อนได้ก่อน (First-Come, First-Served)

คลังเปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์ผ่านแอปฯ เป๋าตัง-6 ธนาคาร รวม 2 หมื่นล้าน

2. ผ่านธนาคารตัวแทน 6 แห่ง วงเงิน 15,000 ล้านบาท 

สำหรับพันธบัตรรุ่นอายุ 10 ปี รหัส SBST358A 

อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดเท่ากันกับรุ่นที่จำหน่ายผ่านแอปฯ คือ

  • ปีที่ 1–3: 1.70% ต่อปี
  • ปีที่ 4–7: 2.40% ต่อปี
  • ปีที่ 8–10: 3.40% ต่อปี
  • เฉลี่ยตลอดอายุพันธบัตร 2.49% ต่อปี

เปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 4–6 สิงหาคม 2568 เวลา 08.30–15.00 น. (งดรับเช็คในวันที่ 6 สิงหาคม) ผ่านธนาคารตัวแทน 6 แห่ง ได้แก่

  • ธนาคารกรุงไทย
  • ธนาคารกรุงเทพ
  • ธนาคารกสิกรไทย
  • ธนาคารไทยพาณิชย์
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
  • ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย

ผู้มีสิทธิ์ซื้อคือบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยหรือมีถิ่นพำนักในประเทศไทย จองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท และซื้อเพิ่มได้เป็นเท่าของ 1,000 บาท โดยไม่จำกัดวงเงินสูงสุดต่อราย

การจัดสรรพันธบัตรจะใช้วิธี “ทยอยจัดสรร” หรือ Small Lot First คือจัดสรรทีละรอบ ๆ ละ 1,000 บาท เวียนไปจนกว่าจะครบจำนวน ผู้ที่จองก่อนหรือหลังจะไม่ส่งผลต่อโอกาสได้รับจัดสรร และหากรอบสุดท้ายมีผู้จองเกินวงเงินที่เหลือ ระบบจะสุ่ม (Random) จัดสรรให้จนครบ

ผลการจัดสรรจะประกาศในวันที่ 7 สิงหาคม 2568 โดยจะคืนเงินให้ผู้ที่ไม่ได้รับจัดสรร หรือได้รับไม่ครบ

ทั้งนี้ วงเงินจำหน่ายของทั้ง 2 ช่องทางแยกจากกัน ผู้ลงทุนสามารถลงทุนได้ทั้งสองช่องทาง

ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวน เอกสารสรุปเงื่อนไขการจำหน่าย หรือสอบถามข้อมูลกับธนาคารตัวแทนทั้ง 6 แห่ง

สบน.หวังว่าการออกจำหน่ายพันธบัตรครั้งนี้จะได้รับการตอบรับจากประชาชนเช่นที่ผ่านมา และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจการลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์

ส่วนการออก “โทเคนดิจิทัลเพื่อการออม” หรือ Government Token (G-Token) วงเงิน 5,000 ล้านบาท คาดว่าจะออกภายในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมการระดมทุนในรูปแบบใหม่จากภาครัฐ เพื่อเปิดช่องทางให้ประชาชนลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล

“G-Token จะมีอายุไม่เกิน 3 ปี และให้ผลตอบแทนในอัตราดอกเบี้ยที่ใกล้เคียงกับพันธบัตรออมทรัพย์ แต่จะสูงกว่าเล็กน้อย แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยอัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนได้ เนื่องจากต้องพิจารณาจากภาวะตลาดในขณะนั้น”

สำหรับการจัดทำรายละเอียดอยู่ระหว่างดำเนินการ โดย สบน. อยู่ระหว่างเตรียมระบบ คาดว่าจะใช้เวลา 30-45 วัน โดยวางแผนจะจัดจำหน่ายผ่าน ICO Portal จำนวน 5-6 แห่ง และร่วมกับ บริษัทหลักทรัพย์อีก 16 ราย

นายพชร ยืนยันว่า G-Token ไม่ใช่ “เงินดิจิทัลใหม่” หรือ FIAT และ ไม่ใช่สื่อกลางในการชำระเงิน (mean of payment) แต่ให้มองว่าเป็น “สัญลักษณ์ของการลงทุน” ที่มีความปลอดภัยและโปร่งใส เป็นช่องทางใหม่ในการลงทุนสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ 

“G-Token ไม่ใช่การสร้างเงินใหม่ และไม่มีผลต่อเสถียรภาพการเงิน เป็นเพียงเครื่องมือใหม่ในการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งออกโดยรัฐและอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงาน ก.ล.ต.” 

แม้ไม่จำเป็นต้องยื่น Filing แบบเอกชน เนื่องจากเป็นการดำเนินงานโดยรัฐและอยู่ภายใต้ความร่วมมือกับ ก.ล.ต. แต่ สบน. ก็อยู่ระหว่างจัดทำ “เอกสารชี้ชวน” เพื่อให้ประชาชนเข้าใจข้อมูลและเงื่อนไขอย่างครบถ้วน

โครงการ G-Token นี้ถูกพัฒนาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงกรอบกฎหมาย เทคโนโลยี และการเข้าถึงของประชาชน โดยคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มทางเลือกการลงทุนที่ทันสมัย โปร่งใส และตอบโจทย์ผู้ลงทุนรายย่อยในยุคดิจิทัล
 

ข่าวล่าสุด

กระทรวงอุตสาหกรรม อัดงบ 3,000 ล้าน ปั้น 3 สินเชื่อเสริมแกร่ง SMEs