
เบอร์เกอร์คิงลุยแผนตลาดไทยขยายสาขาใหม่
เบอร์เกอร์คิง ปรับโฟกัสลูกค้าท้องถิ่นทุกสาขาทั่วโลกลดความเสี่ยง ลุยแผนตลาดไทยเพิ่มความถี่โปรโมชัน-ขยายสาขาใหม่ดันลูกค้าเพิ่มสิ้นปีโต10%
เบอร์เกอร์คิง ปรับโฟกัสลูกค้าท้องถิ่นทุกสาขาทั่วโลกลดความเสี่ยง ลุยแผนตลาดไทยเพิ่มความถี่โปรโมชัน-ขยายสาขาใหม่ดันลูกค้าเพิ่มสิ้นปีโต10%
นางนงชนก สถานานนท์ ผู้ช่วยรองประธานบริหารกลุ่มการตลาด บริษัทเบอร์เกอร์(ประเทศไทย) ผู้ให้บริการร้านอาหารบริการด่วนแบรนด์ “เบอร์เกอร์คิง” เปิดเผยว่านับจากนี้บริษัทจะมุ่วทำตลาดเพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายลูกค้าภายในประเทศไทยมากขึ้น โดยวางเป้าหมายในปีนี้เป็นลูกค้าคนไทยสัดส่วน50% และลูกค้านักท่องเที่นวต่างชาติสัดส่วน 50% จากเดิมอยู่ที่ 40% ลูกค้าคนไทยและ 60% เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับร้านสาขาเบอร์เกอร์คิงทั่วโลก ที่หันไปจับกลุ่มลูกค้าในประเทศท้องถิ่นมากขึ้น เช่น จีน ที่มีพื้นที่ประเทศขนาดใหญ่และมีประชากรเดินทางท่องเที่ยวระหว่างมลฑล เป็นต้น เพื่อลดความเสี่ยงธุรกิจ
สำหรับแนวทางการทำตลาดร้านเบอร์เกอร์คิงในไทย เบื้องต้นจะ2กลยุทธ์หลัก คือ 1. ขยายสาขาร้านใหม่เพิ่มเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น โดยปี54 เตรียมงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท แบ่งเป็น200 ล้านบาท ทยอยปรับโฉมสาขาร้านใหม่ภายใต้แนวคิดเดียวกันทั่วโลกคือ “ทเวนตีทเวนตี” เพื่อให้ภาพลักษณ์ร้านเบอร์เกอร์คิง มีความร่วมนสมัยในอีก9ปีข้างหน้า คาดแล้วเสร็จครบทุกสาขาใน 3 ปี ส่วนงบที่เหลือเพื่อขยายสาขาร้านใหม่เพิ่มอีก 2-3 สาขา ใช้งบเฉลี่ย15 ล้านบาทต่อสาขา โดยเฉพาะในทำเลต่างจังหวัดแหล่งท่องเที่ยว และในศูนย์การค้า ล่าสุดเปิด2สาขาใหม่ ที่พาราไดซ์ พาร์ค และเซ็นทรัลทรัลเวิลด์ โดยปัจจุบันมีร้านเบอร์เกอร์คิง26 สาขา
ส่วนกลยุทธ์ที่2 คือ มุ่งจัดกิจกรรมการตลาดส่งเสริมการขายภายใต้แคมเปญใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ได้เพิ่มเป็น 8 แคมเปญใหญ่ จากช่วงที่ผ่านมาบริษัทจะเปิดเมนูรายการอาหารภายใต้แคมเปญใหม่เฉลี่ย 6 ครั้งต่อปี โดยเตรียมงบตลาดราว 40 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่ผ่านมา 10% ล่าสุดจัดแคมเปญ “บาย วัน มีล เก็ต วัน เบอร์เกอร์” ซื้อ1 ชุดฟรีอีกเบเกอร์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เบอร์เกอร์คิงจัดแคมเปญลักษณะนี้ เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่เข้ามาใช้บริการในร้านเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ภายในระยะเวลา 45 วันที่ดำเนินการแคมเปญดังกล่าว จากปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายหลักคนไทย เป็นวัยทำงานอายุ 22-39 ปี
“ปีที่ผ่านมาได้ผลกระทบด้านยอดขายในสาขาต่างจังหวัดที่ลดลง จากกลุ่มเป้าหมายหลักนักท่องเที่ยวที่หายไป ซึ่งในต่างจังหวัดจะมีสัดส่วนยอดขาย60% และกรุงเทพฯ ราว40% แต่ขณะที่ยอดขายในกรุงเทพฯเพิ่มขึ้นแทน ทำให้บริษัทเติบโตคงที่ในปีที่ผ่านมา” นางนงชนก กล่าว
สำหรับปัญหาราคาสินค้าวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น กระทบยังต้นทุนการดำเนินกิจการบริษัทนั้น ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการติดตามความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าวัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะทำให้บริษัทต้องปรับราคาสินค้าต่างๆ ที่จำหน่ายในร้านหรือไม่ ด้วยปัจจุบันต้นทุนสินค้าในร้านเบอร์เกอร์คิงเพิ่มขึ้นไปแล้ว 2-5 บาทต่อหัวไปแล้ว ทั้งนี้จากแผนดังกล่าว คาดสิ้นปีบริษัทมีอัตราการเติบโตในภาพรวมราว 10%







