posttoday
เงินบาทที่เริ่มแข็ง...ช่วยผ่อนคลาย

เงินบาทที่เริ่มแข็ง...ช่วยผ่อนคลาย

27 มกราคม 2554

....พงศ์ภัทร ศิริพัฒน์

หุ้นตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลงแรง เริ่มจากความกังวลเงินเฟ้อในจีน หลังจากจีนรายงานตัวเลขจีดีพีและเงินเฟ้อสูงกว่าคาด ในขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนแรงกว่า 1.64% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นระดับที่อ่อนค่าสุดในรอบ 4 เดือนทำให้มีแรงเทขายจากนักลงทุนต่างชาติ SET Index ปรับตัวลงแรงกว่า 84 จุด จากระดับ 1,034 จุด ลงมาถึง 950 จุด

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ค่าเงินบาทและค่าเงินในภูมิภาคกลับมาแข็งค่าในวันพุธ ตลาดสามารถรีบาวด์ปรับตัวขึ้นเกือบ 20 จุดเช่นเดียวกัน โดยแรงเทขายหุ้นไทยและค่าเงินเป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศในกลุ่ม TIPs ซึ่งประกอบด้วย ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

ในขณะที่ตลาดหุ้นฝั่งตะวันตกยังปรับตัวขึ้น มีเม็ดเงินไหลออกจากเอเชียกลับเข้าสู่ฝั่งตะวันตก เป็นการรับรู้กำไรหลังจากที่ปีที่แล้วมีเม็ดเงินที่หลีกหนีการอ่อนค่าของสกุลเงินยูโร และเงินเหรียญสหรัฐ และมาพักไว้ในเอเชีย ซึ่งตลาดหุ้นไทยเป็นแหล่งพักเงินแหล่งหนึ่ง การไหลกลับของเงินทุนจึงส่งผลให้มีแรงเทขายทำกำไรในตลาดหุ้นตามมา

ทิศทางตลาดในระยะสั้น เราคาดว่าการปรับตัวขึ้นจะมีโอกาสชะลอตัวที่บริเวณ 985 หรือ 1,000 จุด โดยปัจจัยเรื่องค่าเงินบาทยังคงเป็นตัวชี้นำตลาดหุ้นที่ดีต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน คาดว่าการปรับฐานของตลาดในช่วงที่ผ่านมาเป็นการปรับพอร์ต และมีเม็ดเงินส่วนหนึ่งไหลกลับสู่ฝั่งตะวันตก หลังจากที่ค่าเงินยูโร และเงินเหรียญสหรัฐมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยมียอดขายออกไปประมาณ 50%ของยอดซื้อสะสมรวมนับตั้งแต่ปี 2010 เป็นระดับที่สูงกว่าที่เราเคยประเมินไว้ที่ 30%

ส่วนช่วงต่อจากนี้ ปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจยังเป็นเรื่อง 1.ค่าเงินบาท 2.มาตรการควบคุมเงินเฟ้อในจีน 3.ปัจจัยด้านการเมืองทั้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ

ปัจจัยแรก เรื่องค่าเงินบาท ทิศทางในระยะสั้นคาดว่าจะมีช่วงแข็งค่าขึ้นหลังจากที่เงินเหรียญสหรัฐยังอ่อนค่าลงต่อ โดยปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปที่คลี่คลาย ส่งผลให้ความต้องการถือสกุลเงินเหรียญสหรัฐลดลง (การประชุมเฟดครั้งนี้ ตลาดคาดว่าเฟดยังคงเดินหน้าซื้อพันธบัตรจนครบโปรแกรม QE2 ในเดือน มิ.ย.) ในขณะที่ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในยุโรปส่งผลให้ตลาดบางส่วนคาดหวังว่าอาจจะมีการขึ้นดอกเบี้ยของ ECB เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินยูโรแข็งค่า และเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง โดยผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย หากค่าเงินบาทในช่วงนี้ไม่กลับไปอ่อนค่ารุนแรง คาดว่าการรีบาวด์ของตลาดยังเกิดขึ้นได้ต่อ

ปัจจัยที่สอง ทางด้านมาตรการควบคุมเงินเฟ้อของจีน ทางฝ่ายวิเคราะห์ของ KGI ที่เมืองจีน มีมุมมองว่าเงินเฟ้อของจีนมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นแรงอีกครั้งในเดือน ม.ค. และ ก.พ. โดยเงินเฟ้อจีนเดือน ธ.ค. ที่รายงานล่าสุด แม้ว่าจะปรับตัวลดลงจากเดือน พ.ย. ที่ 5.1% ลดลงเหลือ 4.6% แต่ตลาดมองว่าเป็นการปรับตัวขึ้นสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ ประกอบกับ GDP ที่ออกมา 9.8% สูงกว่าที่คาดไว้ด้วย ส่งผลให้เกิดความกังวลด้านเงินเฟ้อตามมา และเกิดแรงเทขายหุ้นในเอเชีย โดยทางฝ่ายวิเคราะห์ที่เมืองจีนคาดว่า PBoC จะประกาศใช้มาตรการควบคุมเงินเฟ้อในช่วงต้นปีนี้ คาดว่าจะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในช่วงตรุษจีน และจะมีการขึ้น RRR อีก 0.5% หากมีการประกาศออกมาจริงจะเป็นความเสี่ยงของตลาดหุ้นในเอเชียอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเงินเฟ้อของจีนผ่านจุดสูงสุดในไตรมาส 1 ในระยะยาวตลาดหุ้นที่เชื่อมโยงกับจีนจะกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง รวมถึงตลาดหุ้นในเอเชียเช่นไทยด้วย โดยต้องเห็นตัวเลขเงินเฟ้อที่ลดลงที่ชัดเจนหลังจากผ่านเดือน ม.ค.ก.พ.ไปแล้ว ตลาดจึงจะมีความมั่นใจ

ปัจจัยสุดท้าย ทางด้านการเมืองในสภามีแนวโน้มที่ดีขึ้น หลังจากที่รัฐสภาผ่านวาระ 2 ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยต่อจากนี้จะมีการเว้นระยะเวลาไว้ 15 วัน เพื่อรอโหวตวาระ 3 ในวันที่ 11 ก.พ.นี้ ซึ่งก็ต้องมีเสียงสนับสนุนเกินครึ่งหนึ่ง หากผ่านได้ก็จะเป็นความคืบหน้าเพื่อรอการจัดทำงบประมาณเพื่อยุบสภาต่อไป โดยจากอดีตที่ผ่านมาพบว่าตลาดหุ้นจะขึ้นก่อนการเลือกตั้งใหญ่ ทำให้หากมีความชัดเจนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อรอยุบสภา จะเป็นปัจจัยบวกสำหรับตลาดหุ้น ส่วนการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ หากเริ่มมีประชาชนเข้าร่วมมากขึ้น อาจจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาล

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ดูค่าเงินบาท รวมถึงปัจจัยเรื่องมาตรการควบคุมเงินเฟ้อในจีนประกอบการตัดสินใจ หากเงินบาทยังแข็งค่าอีก การรีบาวด์ของตลาดยังเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะเป็นตัวตัดสินการไหลเข้าไหลออกของเงินทุน โดยเราประเมินว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดจะชะลอตัวตามแนวต้านทางเทคนิค ซึ่งมีแนวต้านที่บริเวณ 985 หรือ 1,000 จุด

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่