
รื้อภาษีอสังหาฯเก็บ‘ที่ดินถือครอง’
โพสต์ทูเดย์
— สรรพากรสังคายนาโครงสร้างภาษีอสังหาริมทรัพย์ใหม่ เหลือภาษีที่ดินภาษีการโอน เร่งเครื่องให้เสร็จภายในปี 2555นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมสรรพากรมีแนวความคิดที่จะสังคายนากฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่หลายฉบับ ประกอบด้วยภาษีการโอน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีบำรุงท้องที่ เป็นต้น ให้เหลือเพียงกฎหมายภาษีใหญ่ๆ เพียงแค่ 2 ฉบับเท่านั้น คือ กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ขณะนี้รัฐบาลอยู่ในระหว่างการผลักดันเข้าสภา ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว และอีกกฎหมายภาษีหนึ่งที่ควรจะมีควบคู่กัน คือ กฎหมายภาษีที่เก็บจากการเปลี่ยนแปลงการถือครองอสังหาริมทรัพย์
“
ผมมั่นใจว่าหากประเทศเรามีกฎหมายภาษีเพียงแค่ 2 ตัวใหญ่ๆ หลักๆ นั่นคือกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และอีกกฎหมายภาษีหนึ่งก็คือภาษีที่เกี่ยวข้องกับการโอนอสังหาริมทรัพย์นั้น จะช่วยทำให้เราไม่ต้องมีกฎหมายภาษีมรดกเลย เพราะครอบคลุมทั้งในเรื่องการซื้อขายและการเปลี่ยนมือของผู้ที่ถือครองทรัพย์สิน” อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวนายสาธิต กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา 3 ฝ่าย แบ่งเป็น 1.เพื่อดูแลและอุดช่องโหว่ทางข้อกฎหมาย 2.เพื่อดูแลและปรับกฎหมายให้มีความทันสมัย และ 3.เพื่อปรับโครงสร้างภาษีให้สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาล ภายหลังจากที่ได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากนักวิชาการ ภาคเอกชน เพื่อเป็นการขยายฐานภาษีอย่างมั่นคง โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปี 2555
“
ภาคอสังหาริมทรัพย์มีภาษียิบย่อยเยอะมาก จึงอยากจะเสนอให้มีการควบรวมภาษียิบย่อยต่างๆ เข้าไว้ในประเภทเดียวกัน ส่วนภาษีมรดกในความเป็นจริงก็ไม่ควรจะมี เพราะมีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งก็ถือว่าเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับมรดกอยู่แล้ว แต่การควบรวมภาษีชนิดต่างๆ จะต้องดูให้เหมาะสมกัน และจะไม่มีผลต่อรายได้รัฐแน่นอน” นายสาธิต กล่าวนายสาธิต กล่าวว่า กฎหมายภาษีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นล้วนแต่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่างๆ หลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย ในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการโอนและจำนอง ดังนั้นหากจะสังคายนากฎหมาย ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องหารือร่วมกันว่าสมควรที่จะนำมารวมเข้าด้วยกันเป็นกฎหมายภาษีกลาง
นายสาธิต กล่าวว่า สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีบุคคลธรรมดาที่ต้องยื่นแบบในเดือน ม.ค.มี.ค.ปีนี้ กรมสรรพากรยังตั้งเป้ายอดผู้ยื่นชำระภาษีทางอินเทอร์เน็ตเพิ่ม 15% จากต้นปีที่มีผู้ยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้งสิ้น 9 ล้านราย โดยเป็นการยื่นผ่านระบบอินเทอร์เน็ต 7 ล้านบาท ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวจะขยายไปในการยื่นชำระภาษีอื่นๆ ด้วย พร้อมทั้งจะมีการดึงข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่ายเข้าสู่ระบบไอที เพื่อทำให้ระบบเรียลไทม์ ซึ่งจะทำให้การเสียภาษีมีความรวดเร็วและทันสมัยมากขึ้น
ทั้งนี้ หากผู้เสียภาษียื่นแบบเสียภาษีเร็วภายในเดือน ม.ค.ก.พ.นี้ ก็มีสิทธิที่จะได้รับการคืนภาษีรวดเร็ว คือ ไม่เกิน 15 วัน นับจากวันที่ยื่นแบบเสียภาษี







