
สสปน.ผุดทีมลุยตลาดในประเทศดึงไมซ์ไทยฟื้น
โพสต์ทูเดย์
— บอร์ด สสปน. ไฟเขียวปรับโครงสร้าง ผุดฝ่ายตลาดไมซ์ในประเทศ ดึงเอกชนถกแผนปี 2555 ก่อนชงงบประจำปีหนุนนายอนุศักดิ์ อินทรภูวศักดิ์ ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. เปิดเผยว่า บอร์ดได้เห็นชอบให้ฝ่ายบริหารของ สสปน.ปรับโครงสร้างการทำงาน โดยตั้งฝ่ายการตลาดในประเทศขึ้น เพื่อกำหนดแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมให้คนไทยจัดการประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (ไมซ์) ในประเทศมากขึ้น คาดว่าแผนงานจะแล้วเสร็จในอีก 2 เดือนข้างหน้า
ทั้งนี้ การจัดตั้งฝ่ายดังกล่าว เนื่องจากไมซ์ในประเทศมีแนวโน้มการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจากปี 2552 ที่สร้างรายได้หมุนเวียนราว 1.6 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี 2553 คาดว่าจะเติบโตกว่า 50% โดยเฉพาะการจัดงานกิจกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งในปีนี้คาดว่าไมซ์ในประเทศจะเติบโตราว 1520%
สำหรับนโยบายการ บริหารในปี 2554 สสปน.จะเน้นการส่งเสริมผลักดันใน 6 แนวทาง ได้แก่ 1.การเป็นศูนย์กลางการประสานการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนด้านธุรกิจไมซ์ 2.การผลักดันให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดงานแสดงสินค้าระดับสากลขนาดใหญ่ 3.การยกระดับมาตรฐานคุณภาพของไมซ์ไทย เช่น โครงการกรีนมีตติง
4.เป็นศูนย์กลางของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเกี่ยวกับการประสานเรื่องกฎ ระเบียบ และข้อปฏิบัติต่างๆ 5.การพัฒนาระบบฐานข้อมูล การจัดตั้งศูนย์อินเทลลิเจนต์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และ 6.การกำหนดทิศทางการตลาดเชิงรุก ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
“
สสปน.ได้ปรับแผนต่างๆ ให้มีความยืดหยุ่น ทำให้ธุรกิจไมซ์เติบโตได้ตามที่ตั้งไว้ โดยปี 2553 มีนักท่องเที่ยว 5.7 แสนคน รายได้ 5 หมื่นล้านบาท” นายอนุศักดิ์ กล่าวด้านนายอรรคพล สรสุชาติ ผู้อำนวยการ สสปน. กล่าวว่า การจัดตั้งฝ่ายตลาดไมซ์ในประเทศ จะช่วยผลักดันให้แหล่งท่องเที่ยวหลักและแหล่งท่องเที่ยวรองเป็นศูนย์กลางไมซ์ในภูมิภาคนั้นๆ หรือซิตีไมซ์ ซึ่งขณะนี้ได้ผลักดันให้ จ.เชียงใหม่ ภูเก็ต สงขลา และชลบุรี เป็นซิตีไมซ์แล้ว
ล่าสุด ยังอยู่ระหว่างพิจารณาผลักดัน จ.ขอนแก่น กาญจนบุรี และพิษณุโลกต่อไป โดยจังหวัดที่ได้รับคัดเลือกจะมีการลงนามสัญญาร่วมกันเพื่อพัฒนาพื้นที่ บุคลากร รองรับการเติบโตของธุรกิจไมซ์ในอนาคต
นอกจากนี้ ในวันที่ 25 ม.ค.นี้ สสปน.จะประชุมหารือร่วมกับผู้ประกอบการเอกชนในธุรกิจไมซ์ เพื่อกำหนดทิศทางแผนการตลาด และงบประมาณปี 2555 ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ต่อไป
“
ยอมรับว่ากังวลว่าการเมืองจะกระทบธุรกิจไมซ์ แต่เชื่อว่าไทยผ่านความรุนแรงที่สุดมาเมื่อ 2 ปีก่อน และถ้าการเลือกตั้งเกิดขึ้น ต่างชาติจะกลับมาเชื่อมั่นไทยเช่นเดิม โดยปีนี้คาดว่าไมซ์จะมีรายได้ 5.7 หมื่นล้านบาท นักท่องเที่ยว 7.02 แสนคน” นายอรรคพล กล่าว






