posttoday
1 ปี บนความเห็นต่าง คือ ความสวยงามของประชาธิปไตย

1 ปี บนความเห็นต่าง คือ ความสวยงามของประชาธิปไตย

11 มิถุนายน 2566

ปฏิเสธไม่ได้ว่า บอร์ดกสทช.ทั้ง 7 คน ล้วนมีความเห็นที่แตกต่างกัน ทำให้การตัดสินใจภาพใหญ่ในแต่ละเรื่องต้องใช้เวลา และมักจบลงที่การโหวตด้วยคะแนนเสียงไม่เป็นเอกฉันท์ ซึ่งเรื่องนี้ "นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์" มองว่าดี เพราะความเห็นต่าง คือ ความสวยงามของประชาธิปไตย

เมษายน 2566 ที่ผ่านมา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทั้ง 5 คน คือ พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ (ด้านกิจการกระจายเสียง) ,นางสาวพิรงรอง รามสูต กรรมการ (ด้านกิจการโทรทัศน์),นายต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการ (ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน),นายศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ (ด้านอื่นๆ ที่จะยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์) และ ศาสตราจารย์ คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ (ด้านผู้บริโภค)

และครบสมบูรณ์ 7 คน เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยมีกสทช.เพิ่มมาอีก 2 คน คือ พลตำรวจเอก ณัฐธร เพราะสุนทร (ด้านกฎหมาย) และ นายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ (ด้านโทรคมนาคม)

ในวันที่บอร์ดโหวตเลือกผมเป็นประธาน ผมบอกทุกคนเสมอว่า บอร์ดทุกคนต่างมีความเห็นของตนเอง เราจะต้องทะเลาะกัน รักกัน เป็นเรื่องธรรมดา ไปจนกว่าจะหมดวาระ เพราะความเห็นต่างคือความสวยงามของประชาธิปไตย ช่วงนั้นเรา 5 คน นัดกินข้าวด้วยกันบ่อยครั้ง 

ความเห็นต่างคือประชาธิปไตย

ประธานกสทช. กล่าวยอมรับว่า ทันทีที่เข้ามาทำงานก็ต้องพิจารณาเรื่องยาก นั่นคือ ดีล ควบรวมกิจการระหว่าง บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งแน่นอนว่า บอร์ดย่อมมีความเห็นต่าง แต่ละคนมีการตีความกฎหมายไม่เหมือนกัน

คนภายนอกอาจจะมองว่าบอร์ดกสทช.แบ่งเป็น 2 กลุ่ม แต่ตนเองมองว่าเป็นเรื่องปกติของการทำงานที่ต้องเห็นต่าง กลมเกลียว หรือ มีความเห็นเหมือนกัน ไม่ดี เพราะไม่เกิดการถกเถียง ไม่เกิดการถ่วงดุลอำนาจทางความคิด เพราะความเห็นต่างคือความสวยงามของประชาธิปไตย บอร์ดกสทช.ไม่ควรมีความเห็นเหมือนกันทั้งหมด

อีกเรื่องที่เป็นประเด็นคือ การพิจารณาโครงการเทเลเฮลท์ ที่กสทช.ก็มีความเห็นแตกต่างกัน โดย กสทช.ลงความเห็นส่วนใหญ่ว่า ต้องเป็นการให้งบประมาณในการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม ซึ่งก็ต้องกลับไปทบทวนโครงการด้วยการวางโครงสร้างพื้นฐานให้กับโรงพยาบาล หรือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพสต.) แทน ทั้งดูในพื้นที่ที่โครงข่ายยังไปไม่ถึง หรือ ดูที่คุณภาพของอินเทอร์เน็ตว่าความเร็วได้มาตรฐานเพียงพอการใช้งานหรือไม่

รวมถึงการตีความกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจในการสรรหาเลขาธิการกสทช.ด้วย ซึ่งตนเองก็มั่นใจว่าทำถูกต้องตามกฎหมายกสทช.มาตรา 60,61 ที่ระบุว่า ประธานมีอำนาจในการแต่งตั้งและปลดเลขาธิการกสทช.ได้ การเลือกเลขาฯกสทช.ทำได้ 2 วิธีคือ คือ เลือกเอง หรือ ให้บอร์ดเลือก ซึ่งตนเองตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกเอง ซึ่งยืนยันว่ากระบวนการการสรรหาเริ่มต้นไปแล้ว ไม่สามารถยกเลิกได้ ไม่เช่นนั้นอาจถูกผู้สมัครทั้ง 9 คน ฟ้องร้องได้

แน่นอนว่าภายในปีนี้ ก็ยังมีเรื่องที่บอร์ดทั้ง 7 คน ยังต้องถกเถียง เห็นต่างและอาจจบลงที่การลงผลโหวตเหมือนที่ผ่านมาอีก ก็คือ การพิจารณาการซื้อกิจการ บริษัท ทริปเปิลทรี บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ 3BB ของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ซึ่งประธานกสทช.ก็ยอมรับว่า จำเป็นต้องเดินตามแนวทางการอนุมัติควบรวมทรู-ดีแทค แต่ท้ายที่สุดแล้วจะผ่านหรือไม่ ไม่สามารถตอบได้ ขึ้นอยู่กับการตีความกฎหมายของกรรมการแต่ละคน 

กำหนดนิยามใหม่กับบริบทสังคมเปลี่ยน

ประธานกสทช.เปิดใจต่ออีกว่า ในสังคมทุกวันนี้ บริบทในสังคมเปลี่ยนแปลงไปมาก การกำหนดเป้าหมายและขอบข่ายในการทำงานของกสทช.ในบริบทสังคมที่เปลี่ยนไปจึงเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน หน้าที่กำกับดูแลอย่างเดียวไม่ได้ ยกตัวอย่าง ปัญหาเรื่อง OTT มาใช้โครงข่ายของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ (โอเปอเรเตอร์) ที่ต้องประมูลคลื่นมาในราคาสูง และต้องรักษาคุณภาพโครงข่ายในการใช้งานที่ต้องใช้ต้นทุนทั้งโครงข่าย ดาต้า และ วอยซ์

ขณะที่ผู้ใช้งานแทบไม่ได้ใช้วอยซ์ เพราะใช้การโทรผ่านไลน์ ส่งข้อความคุยกันผ่านไลน์ ถามว่ากสทช.มีอำนาจไปถึงหรือไม่ในการเข้าไปแก้ปัญหานี้ จะคุมเนื้อหาก็ไม่ได้ เพราะขัดกับโลกเสรี และเป็นช่องทางหารายได้ของยูทูปเบอร์ อินฟลูเลนเซอร์ ต่างๆ ซึ่งประเทศไทยก็มี พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ ควบคุมอยู่แล้ว

หรือจะให้ OTT เขาจ่ายเงินให้โอเปอเรเตอร์ด้วยการออกกฎหมายมาควบคุมก็ไม่ได้ เพราะท้ายที่สุดแล้วภาระค่าใช้จ่ายจะตกอยู่ที่ประชาชน 

ยกตัวอย่างการเก็บภาษีความหวาน เพราะอยากให้คนไทยสุขภาพดี แต่ก็มีต้นทุน เรื่อง OTT กสทช.ก็มีแผนศึกษาหาทางออกที่ดีที่สุดอยู่

ส่วนเรื่องดาวเทียม ตอนนี้กสทช.มีหน้าที่รักษาวงโคจรดาวเทียมตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็ยังเป็นเพียงการดูแลดาวเทียมวงโคจรประจำที่ ขณะที่ดาวเทียม LEO ที่กำลังเป็นเทคโนโลยีอนาคต กสทช.ก็ยังไม่ได้ดูแลตรงนี้ มีเพียงหน้าที่ในการให้แลนด์ดิ้ง ไลท์ ยังไม่มีแผนงานในด้านนี้ชัดเจน

อีกโครงการที่เหมือนจะเกี่ยวข้องกับ กสทช.และถูกมองว่าจะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของกสทช.ชุดปัจจุบันหรือไม่นั้น คือ การนำสายสื่อสารลงใต้ดิน หรือ โครงการท่อร้อยสาย ประธานกสทช.กล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่ามีนโยบายอย่างไร ใครเป็นเจ้าภาพ คนนั้นก็มีผลงาน

ดังนั้นในเวลาที่เหลืออีก 5 ปี กว่าจะหมดวาระ เชื่อว่า  ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยังคงทำงานบนความเห็นต่างกับบอร์ดกสทช.อีกหลายเรื่อง ซึ่งเขาเองก็ยินดีและเชื่อว่าบอร์ดกสทช.ทุกคนเข้ามาทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมทั้งสิ้น

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร