
ไอ.ซี.ซี รีแบรนด์สินค้าเก่าหวังกระตุ้นยอดขาย
ไอ.ซี.ซี โหมรีแบรนด์กลุ่มสินค้าเสื้อผ้าเก่าครั้งใหญ่ หวังกระตุ้นยอดขาย แต่ยังหวั่นปัญหาการเมืองและภัยธรรมชาติ ตั้งเป้าเติบโต 13%
ไอ.ซี.ซี โหมรีแบรนด์กลุ่มสินค้าเสื้อผ้าเก่าครั้งใหญ่ หวังกระตุ้นยอดขาย แต่ยังหวั่นปัญหาการเมืองและภัยธรรมชาติ ตั้งเป้าเติบโต 13%
นางรมิดา รัสเซลล์ มณีเสถียร ผู้อำนวยการฝ่ายและกรรมการบริหาร เครื่องแต่งกายสตรี แบรนด์ มินน่า, แอล, สรัญญา, เบสิค เดอะ นูโว เป็นต้น กล่าวว่า ปีนี้บริษัทมีนโยบายที่จะกระตุ้นยอดขายและอัตราการเติบโตของกลุ่มเสื้อผ้าสตรี ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายเพียง 10 – 12% ให้เพิ่มขึ้น ซึ่งในส่วนงานที่ตนเองบริหารอยู่นั้นมีเสื้อผ้าผู้หญิงทั้งหมด 7 แบรนด์ จึงเตรียมงบในการรีแบรนด์ ปรับปรุงหน้าร้าน และส่งเสริมตลาดผ่านสื่อแบบครบวงจรสำหรับ 7 แบรนด์ดังกล่าวไว้ 100 ล้านบาท
ทั้งนี้ งบดังกล่าวแบ่งเป็น 25 ล้านบาท ในการรีแบรนด์ มินน่า แบรนด์เสื้อผ้าสตรีจากประเทศญี่ปุ่นให้ทันสมัยขึ้น เปลี่ยนรูปแบบเสื้อผ้าจากแนวสปอร์ตให้เป็นแนวโรแมนติก โดยงบดังกล่าวยังแบ่งเป็น 5 ล้านบาท เพื่อการจัดกิจกรรมทางการตลาด และการประชาสัมพันธ์ และ 20 ล้านบาท ในปรับปรุงและตกแต่งหน้าร้านซึ่งมีอยู่ 70 เคาเตอร์ทั่วประเทศ
นอกจากนี้ยังแบ่งงบอีก 20 ล้านบาท ในการขยายเคาเตอร์หรือจุดจำหน่ายเสื้อผ้าแบรนด์ เบกกี้ รัสเซลล์, สรัญญา และเบสิค เดอ นูโว ให้เพิ่มขึ้นเป็นแบรนด์ละ 30 เคาเตอร์ จากปัจจุบันแต่ละแบรนด์มีจุดจำหน่ายแบรนด์ละ 10 เคาเตอร์ ซึ่งจะทำให้สิ้นปีนี้ทั้ง 3 แบรนด์จะมีเคาเตอร์ร่วมกัน 90 เคาเตอร์ ส่วนแบรนด์แอล บริษัทจะขยายกลุ่มสินค้าวัยรุ่น ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า
อย่างไรก็ตาม บริษัทเล็งเห็นว่าปีนี้ตลาดเสื้อผ้าสตรียังมีการแข่งขันที่รุนแรง จากการแข่งขันของแบรนด์เดิมที่อยู่ตลาดกว่า 200 แบรนด์ และคาดว่าน่าจะมีการนำเข้าแบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นบริษัทจึงวางแผนที่จะเพิ่มงบส่งเสริมตลาดเพื่อการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ 100% จากปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้ได้เตรียมงบไว้ 50 – 60 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาใช้งบเพียง 30 ล้านบาท
สำหรับเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าเติบโตทางด้านยอดขายในส่วนที่บริหาร (เสื้อผ้าสตรี 7 แบรนด์ เสื้อผ้าบุรุษ และเครื่องหนัง 3 แบรนด์) ไว้ที่ 13% เท่ากับปีที่ผ่านมาหรือมีมูลค่า 700 – 800 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทยังมีความกังวลกับปัญหาทางด้านการเมือง สภาพเศรษฐกิจ และกำลังซื้อของผู้บริโภค ทั้งยังมีปัญหาต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 5 – 6% แต่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขึ้นได้







