
แบงก์นอกแนะชะลอขึ้นดบ.
โพสต์ทูเดย์
— ธนาคารฝรั่งคาดเศรษฐกิจไทยปีนี้โตแค่ 4.4% แนะ กนง. ชะลอขึ้นดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจน.ส.อุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4.4% จากปัจจัยภายในด้านการเมืองที่คาดว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นภายในครึ่งปีแรก ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มชะลอการลงทุน และปัจจัยภายนอกจากแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดีของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งจะทำให้มีเงินทุนไหลออก
ดังนั้น คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ควรชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปอยู่ในช่วงครึ่งปีหลังเพื่อลดแรงกระแทกจากภาวะดังกล่าว
“
ถ้าเป็นไปได้อยากเห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงไตรมาส 4 เพราะในช่วงปลายปีที่ผ่านมา กนง.มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อลดแรงกดดันเงินเฟ้อล่วงหน้าไปแล้ว ทำให้แรงกดดันทางเงินเฟ้อในปีนี้ยังไม่รุนแรงเหมือนประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค จึงควรชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปจนกว่าจะถึงครึ่งปีหลังเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ” น.ส.อุสราน.ส.อุสรา กล่าวว่า คาดว่าในปีนี้ กนง.จะปรับเพิ่มดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีก 50 สตางค์ มาอยู่ที่ระดับ 2.50% เพื่อดึงอัตราดอกเบี้ยให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติและสอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 3.7% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานจะอยู่ที่ 1.51.9%
น.ส.อุสรา กล่าวว่า นโยบายการเข้าอุดหนุนราคาน้ำมัน การนำเข้าน้ำมันปาล์ม และการควบคุมราคาสินค้าของรัฐบาล จะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อได้ ส่วนนโยบายประชาวิวัฒน์น่าจะกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้นได้
สำหรับทิศทางของค่าเงินบาทในปีนี้คาดว่าในช่วงครึ่งปีแรกเงินบาทจะอ่อนค่าลงไปแตะระดับ 31.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากปัจจัยด้านเงินทุนไหลออกและการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่ลดลง แต่ในช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มมีเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้าอีกครั้ง ทำให้เงินบาทจะกลับมาแข็งค่าที่ระดับ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ







