
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2553
....สมชาย ชูเกตุ
ถึงเวลายื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2553 แล้ว กำหนดเวลาเริ่มตั้งแต่เดือน ม.ค. 2554 ถึงเดือน มี.ค. 2554 เบ็ดเสร็จก็ 3 เดือนพอดี ผู้ที่มีเงินได้พึงประเมินในปี พ.ศ. 2553 ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด ต้องยื่นแบบเสียภาษีภายในกำหนดเวลาตามที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ว่าจะมีภาษีชำระหรือไม่ก็ตาม หากละเลยหรือหลงลืม ต้องเสียค่าปรับไม่ยื่นแบบภายในกำหนดเวลา และถ้ามีภาษีชำระเพิ่ม ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของภาษีที่ชำระเพิ่มด้วย
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อาจเป็นบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี และกองมรดกที่ยังมิได้แบ่ง
แบบแสดงรายการภาษีและวิธีการยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สรุปได้ดังนี้
แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แบบที่ใช้ยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี มี 2 แบบ
แบบ ภ.ง.ด. 91 เป็นแบบแสดงรายการภาษีที่ใช้สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีเงินได้พึงประเมินประเภทเงินเดือน ค่าจ้าง ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร พูดง่ายๆ ว่าเป็นแบบที่ใช้สำหรับมนุษย์เงินเดือนเท่านั้น สามี ภรรยา ที่มีเงินเดือน ค่าจ้างทั้งคู่ ภรรยาสามารถแยกยื่นแบบ ภ.ง.ด. 91 ต่างหากจากสามีได้
แบบ ภ.ง.ด. 90 เป็นแบบแสดงรายการภาษีที่ใช้สำหรับผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2)
– (8) แห่งประมวลรัษฎากร หรือผู้ที่มีเงินได้พึงประเมินประเภทเงินเดือน ค่าจ้าง ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร และมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) – (8) แห่งประมวลรัษฎากรอีกด้วย กรณีที่ภรรยามีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) – (8) แห่งประมวลรัษฎากร และสามีมีเงินได้พึงประเมิน ต้องนำเงินได้พึงประเมินของภรรยามารวมคำนวณภาษีกับสามี ภรรยาจะแยกยื่นแบบ ภ.ง.ด. 91 ได้เฉพาะเงินเดือน ค่าจ้าง ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากรเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ภรรยาสามารถแยกคำนวณภาษีเฉพาะเงินเดือน ค่าจ้าง ในช่องรายการเงินได้ของคู่สมรสในแบบ ภ.ง.ด. 90 ที่สามีใช้ยื่นแบบเสียภาษีได้การยื่นแบบเสียภาษี กรณียื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91 ที่เป็นกระดาษ ไม่ว่าจะเป็นแบบฟอร์มที่กรมสรรพากรจัดพิมพ์ หรือ Download จาก Internet ท่านสามารถยื่นแบบได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาทุกแห่งทั่วประเทศ แต่อยากเชิญชวนให้ยื่นแบบผ่าน www.rd.go.th ของกรมสรรพากร ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว มีโปรแกรมช่วยคำนวณภาษี ยื่นได้ทั้งแบบที่มีเงินชำระ ไม่มีเงินชำระ หรือแบบขอคืนภาษี โดยเฉพาะการขอคืนภาษี หากยื่นแบบด้วยกระดาษ กระบวนการของงานหลังจากที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาได้รับยื่นแบบแล้ว ต้องส่งแบบไปให้หน่วยงานที่มีหน้าที่คีย์ข้อมูลในแบบตามโปรแกรมที่กรมสรรพากรกำหนด หลังจากนั้นจึงส่งแบบที่คีย์ข้อมูลเรียบร้อยแล้วไปให้หน่วยงานที่พิจารณาคืนภาษี พูดง่ายๆ ว่าใช้เวลาพอควรเชียวหละ หากต้องการได้รับเงินภาษีคืนโดยเร็ว วิธีที่ดีที่สุดคือการยื่นแบบผ่าน www.rd.go.th ซึ่งท่านได้ช่วยคีย์ข้อมูลในแบบของท่านเรียบร้อยแล้ว หากข้อมูลในแบบไม่ผิดปกติ เจ้าหน้าที่จะพิจารณาคืนภาษีโดยเร็ว แต่ถ้าข้อมูลผิดปกติจากปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อาจร้องขอเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาคืนภาษี ท่านอาจหงุดหงิดบ้าง แต่ยังไงก็ได้รับเงินภาษีคืนเร็วกว่าการยื่นแบบขอคืนภาษีด้วยกระดาษเป็นแน่
เบื้องต้นคงแค่นี้ก่อน ครั้งต่อๆ ไปจะได้เขียนเกี่ยวกับวิธีการคำนวณภาษี การหักค่าใช้จ่าย การหักค่าลดหย่อน ข้อควรระวังการยื่นแบบเสียภาษี และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สวัสดีครับ







