
กทช.เตรียมออกใบอนุญาตไทยพีบีเอสใน4เดือน
กทช.เตรียมถกกรอบการทำงานใหม่ หลังพรบ.กสทช.มีผลบังคับใช้ เตรียมพิจารณาออกใบอนุญาตให้ไทยพีบีเอสภายใน 4 เดือน
กทช.เตรียมถกกรอบการทำงานใหม่ หลังพรบ.กสทช.มีผลบังคับใช้ เตรียมพิจารณาออกใบอนุญาตให้ไทยพีบีเอสภายใน 4 เดือน
พ.อ.นที ศุกลรันต์ กรรมการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ปฏิบัติหน้าที่กรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดกทช. เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ได้หารืออย่างไม่เป็นทางการถึงกรอบการทำงาน และขั้นตอนการทำงานช่วง 6-8 เดือน ในระหว่างรอกระบวนการสรรหา กสทช. หลังพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 หรือ พ.ร.บ.กสทช มีผลบังคับใช้ เพื่อมิให้เกิดสูญญากาศในธุรกิจโทรคมนาคม กิจการวิทยุ และกิจการโทรทัศน์
ทั้งนี้ ระหว่างนี้ กทช. ซึ่งเปลี่ยนสู่กสทช.แล้วจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามเดิมไปจนกว่าคณะกรรมการ กสทช.ชุดใหม่จะมาปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการโอนทรัพย์สินทั้งหมดให้เป็นชื่อกสทช.ทั้งหมด โดยจะมีการหารืออีกครั้งในสัปดาห์หน้าเนื่องจากกทช.ไม่ครบ 7 ท่าน
สำหรับภารกิจที่ต้องปฏิบัติหน้าที่กสทช. คือ การจัดตั้งกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ พร้อมกับโอนเงินจากกองทุนพัฒนาบริการโทรคมนาคมสาธารณะอย่างทั่วถึง มีอยู่ในปัจจุบันเกือบ 3,000 ล้านบาท การร่างแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ ตารางกำหนดคลื่นความถี่แห่งชาติ แผนแม่บทกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม แผนความถี่วิทยุ และแผนเลขหมายโทรคมนามคม
รวมถึงการตรวจสอบกฎระเบียบต่างๆ ของกทช.ว่าขัดต่อพ.ร.บ.กสทช.ใหม่หรือไม่ เพื่อเตรียมการรองรับกสทช.ชุดใหม่ ที่จะมาเข้ามาทำหน้าที่ได้อย่างรวดเร็ว
ด้าน นายพนา ทองมีอาคม กรรมการกทช. ปฏิบัติหน้าที่กสทช. กล่าวว่า สิ่งแรกที่ต้องเร่งทำคือการออกใบอนุญาตให้องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ภายใน 120 วันตามที่พ.ร.บ.กสทช.กำหนดไว้
นอกจากนี้ยังต้องออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการเคเบิ้ลทีวีที่รอการอนุญาตอยู่ประมาณ 10 ราย มีอายุ 1 ปี ซึ่งกทช.ที่ปฏิบัติหน้าที่กสทช.มีอำนาจในการออกใบอนุญาตเคเบิ้ลทีวีอย่างแน่นอน เพราะดำเนินการภายใต้พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าของวันที่ 23 ธ.ค. ได้เกิดความวุ่นวายและอุปสรรคปัญหาในการทำงานของกทช. โดยพนักงานกสทช.ได้นำป้ายชื่อสำนักงานกสทช.ชั่วคราวมาติดไว้หน้าที่ทำงาน ซ.สายลม แต่ต่อมาในช่วงบ่ายได้ปลดป้ายชื่อสำนักงาน ชั่วคราวออก เนื่องจากมีคนทักท้วงว่าป้ายสีดำและตัวอักษรสีขาว ไม่เหมาะสม เพราะกสทช.เป็นองค์กรเกิดใหม่ สร้างความงุนงงให้กับพนักงานกสทช.และบุคคลที่มาติดต่องานกสทช.
ด้านน.พ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม หรือ สบท. กล่าวว่า สบท.ยังคงทำหน้าที่ต่อไปแม้ว่า กทช.จะไม่มีแล้ว เพราะตามมาตรา 31 พ.ร.บ.กสทช. ระบุให้การคุ้มครองผู้บริโภคหรือประชาชนยังมีผลอยู่ต่อไป โดยเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม
ทั้งนี้ สบท.ได้รับหนังสือยืนยันการทำหน้าที่ต่อจากเลขาธิการกสทช. แล้วเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากนี้จะส่งหนังสือไปยังผู้ให้บริการทุกรายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพ.ร.บ.กสทชใหม่นี้ ว่าผู้บริโภคยังมีสิทธิร้องเรียนปัญหาได้ตามเดิม ดังนั้น ปัญหาข้อร้องเรียนของผู้บริโภคทั้งการถูกยึดเงินที่เหลืออยู่ในระบบบัตรเติมเงิน หรือ พรีเพด ผู้ให้บริการต้องดำเนินการแก่ไขต่อไป







