posttoday
หุ้นดิ่งตื่นเงินเฟ้อ-ยุโรป

หุ้นดิ่งตื่นเงินเฟ้อ-ยุโรป

17 ธันวาคม 2553

หุ้นบ้านรับเหมาฯเจอ2เด้ง‘บิ๊กล็อตVNT’โผล่1.4พันล.

หุ้นบ้านรับเหมาฯเจอ2เด้ง‘บิ๊กล็อตVNT’โผล่1.4พันล.

หุ้นแดงเถือก ปัจจัยนอกในบ้านรุมเร้า ปีหน้าเงินเฟ้อเกิน 4% แนะซื้อหุ้นพลังงานหนีเงินเฟ้อ ชิงก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์แย่ดอกขึ้น

ตลาดหุ้นไทยดิ่งลงรุนแรงระหว่างวันลงไปต่ำสุดที่ 1,024.39 จุด ลดลง 11.08 จุด ก่อนจะเด้งขึ้นมาปิดตลาดที่ 1,029.60 จุด ลดลง 5.87 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 42,167.87 ล้านบาท โดยมีแรงทิ้งอย่างหนักในบริษัท ไทยออยล์ (TOP) ปิด 74.75 บาท ลดลง 5.25 บาท บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ปิด 168.50 บาท ลดลง 4.50 บาท และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC)

มาร์เก็ตติง เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยที่ลดลงแรงเป็นไปตามตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากสถาบันจัดอันดับมูดี้ส์ ลดอันดับเครดิตของสเปน รวมถึงสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ได้ปรับลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือของเบลเยียมลงสู่ระดับเชิงลบ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจยุโรปอีกครั้ง

ขณะที่ปัจจัยลบภายในประเทศก็เป็นเรื่องเงินเฟ้อที่จะพุ่งสูงขึ้น หลังรัฐบาลประกาศปรับขึ้นเงินเดือนทั้งของข้าราชการ นักการเมือง และค่าจ้างของแรงงานทั่วประเทศ

บล.เอเชีย พลัส (ASP) ระบุว่า การขึ้นเงินเดือนของทุกภาคส่วนจะทำให้เงินเฟ้อปีหน้าพุ่งเกิน 4% และดันให้อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น คาดว่าปีหน้าดอกเบี้ยจะขึ้นอย่างน้อย 0.75%

“ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นเป็นอุปสรรคต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และรับเหมาก่อสร้างที่จะมีต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น รวมถึงค่าแรงที่แพงขึ้นด้วย” มาร์เก็ตติง กล่าว

อย่างไรก็ตาม ค่าแรงงานที่เพิ่มขึ้นจะกระทบต่อกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เพราะจากการศึกษาโครงสร้างต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ พบว่าต้นทุนค่าแรงงานจะอยู่ระหว่าง 2025% ของต้นทุนค่าก่อสร้าง ซึ่งในส่วนนี้น่าจะกระทบต่องานก่อสร้างที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างหรือได้เซ็นสัญญา และ ณ เดือน พ.ย. 2553 อยู่ที่ 2.06 แสนล้านบาท

สำหรับกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์ คือ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ และต่อเนื่องถึงกลุ่มพลังงาน พลังงานทดแทน เกษตรและอาหารที่น่าจะได้ผลดีจากเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น จึงแนะนำให้เลือกซื้อหุ้นในกลุ่มนี้ เพราะน่าจะเป็นหุ้นที่ลดแรงเสียดทานจากเงินเฟ้อได้ดี

นักวิเคราะห์จาก บล.ยูไนเต็ด กล่าวว่า หุ้นลงแรงเพราะนักลงทุนกังวลเศรษฐกิจยุโรป และเหตุให้หุ้นลงแรงและเห็นชัดเจนจากการเทขายหุ้นขนาดใหญ่ออกมา โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มพลังงาน และชัดเจนในกรณีของบริษัท ไทยออยล์ (TOP) ซึ่งขึ้นมาเร็วและแรงมาก ดังนั้นเมื่อมีข่าวลบมากระทบจึงทำให้ขายทำกำไรออกมาอย่างหนัก

“หุ้น TOP ที่ลงแรงเพราะค่าการกลั่นที่ลดลงรวดเร็วจาก 6 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ลงมาเหลือ 4 เหรียญเศษ” นักวิเคราะห์ บล.ยูไนเต็ด กล่าว

สำหรับผลกระทบจากนโยบายการให้ตรึงราคาพลังงานไม่กระทบต่อ TOP เพราะขายน้ำมันตามราคาหน้าโรงกลั่น แต่การตรึงราคาน้ำมันจะกระทบกับราคาค้าปลีกหน้าปั๊ม เพราะไม่สามารถขึ้นราคาขายตามน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นได้ และจะทำให้ค่าการตลาดติดลบ

อย่างไรก็ตาม ปีนี้คาดว่า TOP จะมีกำไรอยู่ที่ 8,416 ล้านบาท และปี 2554 เพิ่มเป็น 11,822 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. มีรายการซื้อหุ้นขนาดใหญ่ (บิ๊กล็อต) หุ้นของบริษัท วีนิไทย (VNT) จำนวน 100.81 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 14.70 บาท มูลค่าซื้อขาย 1,481.91 ล้านบาท

แหล่งข่าวจากวงการโบรกเกอร์ เปิดเผยว่า รายการบิ๊กล็อตหุ้น VNT เป็นการทำดีลของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และน่าจะเป็นรายการในลักษณะเดียวกันกับที่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ขายหุ้น ปตท.เคมิคอล (PTTCH) ออกมามูลค่ากว่า 3.3 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวจาก PTTCH เปิดเผยว่า บริษัทไม่มีนโยบายที่จะขายหุ้น VNT ออกมาแต่อย่างใด และปัจจุบันยังคงถือหุ้น VNT อยู่ 24.98%

ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 อันดับแรก ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2553 ประกอบด้วย Solvay Chemicals and Plastics holding B.V. ถือหุ้น 50% PTTCH ถือหุ้น 24.98% และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง ถือหุ้น 9.56%

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่