posttoday
กสิกรฟันธงเฟดตรึงดอกเบี้ย00.25%ยาว

กสิกรฟันธงเฟดตรึงดอกเบี้ย00.25%ยาว

14 ธันวาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — เศรษฐกิจสหรัฐไม่ฟื้น กดดันเฟดใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำต่อไป กระทบนโยบายการเงินไทย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีมติให้ตรึงอัตราดอกเบี้ยเฟดฟันด์ (Fed Funds) ไว้ที่ 00.25% ตามเดิมในการประชุมรอบสุดท้ายของปีในวันที่ 14 ธ.ค. 2553

พร้อมกับการคงมุมมองในเชิงที่ระมัดระวังต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐในระยะถัดไป ขณะเดียวกันก็คงระบุถึงความพร้อมที่จะประเมินประสิทธิผลของการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบสอง (QE2) โดยเปิดกว้างสำหรับการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์และความจำเป็น

ด้านการดำเนินนโยบายการเงินของทางการไทยในปี 2554 นั้น นอกจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อภายในประเทศแล้ว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เห็นว่า ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจหลัก โดยเฉพาะสหรัฐจะยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่มีอิทธิพล ทั้งทางตรงผ่านช่องทางการค้าระหว่างประเทศ และทางอ้อมผ่านความเคลื่อนไหวของตลาดการเงินโลก ต่อการกำหนดจุดยืนทางด้านนโยบายการเงินของทางการไทย โดยการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจด้วย

นโยบายการเงินและนโยบายการคลังที่ผ่อนคลายอย่างมากของทางการสหรัฐ อาจสร้างแรงกดดันให้ราคาพลังงานและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงราคาสินทรัพย์ในภูมิภาคเอเชียที่มีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแรงกว่าโดยเปรียบเทียบ มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนในทิศทางขาขึ้น

อย่างไรก็ดี มีโอกาสเช่นกันที่กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายจากต่างประเทศจะพลิกผันและปรับทิศกลับไปสู่การลงทุนในสินทรัพย์สหรัฐ ในกรณีที่เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่คาด และนำมาสู่การคาดการณ์ถึงจังหวะเวลาของการถอนมาตรการ QE2 ของเฟดที่เร็วกว่ากำหนด

ทั้งนี้ แม้จะเป็นที่คาดการณ์ว่านโยบายการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะผ่อนคลายเพิ่มเติมอีก หลังรัฐบาลโอบามาสามารถบรรลุข้อตกลงในการต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษีหลายรายการที่ดำเนินการในสมัยอดีตประธานาธิบดีบุช ซึ่งแผนการลดหย่อนภาษีที่เน้นการบรรเทาปัญหาการว่างงานและเรียกฟื้นความเชื่อมั่นของภาคเอกชนของรัฐบาลสหรัฐฯ ดังกล่าว น่าจะสามารถผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรสได้ภายในปี 2553 นั้น คาดว่าจะช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวเข้าใกล้ระดับศักยภาพ พร้อมๆ กับดึงให้อัตราการว่างงานลดลงมาต่ำกว่าร้อยละ 9.0 ได้ในปี 2554 อันจะส่งผลตามมาให้เฟดมีความจำเป็นน้อยลงในการเพิ่มขนาด/ขยายเวลามาตรการ QE2 จากที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง นโยบายการเงินและการคลังของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มผ่อนคลายอย่างมากแล้วข้างต้น อาจสะท้อนถึงความเสี่ยงจากการปรับตัวขึ้นของเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ผ่านการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ที่อาจมีแนวโน้มมาถึงในจังหวะเวลาที่เร็วกว่าคาด และสร้างความซับซ้อนให้กับการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในช่วงปีข้างหน้า นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากการที่ทางการสหรัฐฯ อาจมีข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายผ่อนคลายเพิ่มเติมอีกโดยเฉพาะหากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่สามารถฟื้นตัวได้เร็วดังที่คาดหวังไว้

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่