posttoday
ธกส.บุกหนักจนเจอตอสินเชื่อดีหนี้เสียยอดพุ่ง

ธกส.บุกหนักจนเจอตอสินเชื่อดีหนี้เสียยอดพุ่ง

07 ธันวาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — ธ.ก.ส. ปล่อยกู้ 7 เดือน กว่า 4.4 หมื่นล้านบาท ยอมรับเอ็นพีแอลโป่งกว่า 11% หลังเจอปัญหาน้ำท่วม แถมผลจากโครงการพักหนี้เดิมปูด สั่งเร่งมือปรับโครงสร้างหนี้ให้ลดเหลือ 7% ในสิ้น มี.ค. 2554

นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาของปีบัญชี 2553 (1 เม.ย.31 ต.ค. 2553) ธ.ก.ส.สามารถปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ภาคชนบทแล้วกว่า 4.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโต 8.6% โดยยอดสินเชื่อคงค้างเพิ่มเป็น 5.48 แสนล้านบาท จากสิ้นปีบัญชีก่อน

สินเชื่อที่ ธ.ก.ส.ปล่อยกู้ไปนั้นสามารถแยกได้เป็นสินเชื่อการเกษตรเพื่อเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก พืชพลังงานทดแทนและปศุสัตว์ จำนวน 3.42 แสนล้านบาท สินเชื่อสนับสนุนการสร้างงานในชนบท 1.32 แสนล้านบาท สินเชื่อเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน 3.48 หมื่นล้านบาท และสินเชื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลอีกกว่า 3.9 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ธนาคารมียอดเงินฝากเพิ่มขึ้นเป็น 6.58 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 4.3% โดยมีกำไรสุทธิแล้ว 4,114 ล้านบาท สินทรัพย์ทั้งสิ้น 7.99 แสนล้านบาท

ขณะเดียวกันนั้นก็พบว่า ปริมาณหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ก็มีสัดส่วนปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 5.8 หมื่นล้านบาท จากช่วงต้นปี ซึ่งมีอยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 11.13% ของสินเชื่อรวม

สาเหตุหลักของหนี้เอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้นมา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากโครงการพักหนี้เกษตรกรที่ดำเนินการตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้านี้ที่ครบกำหนดพักหนี้ โดยในส่วนนี้มีมูลหนี้อยู่กว่า 6,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเกิดขึ้นเพราะปัญหาอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมาด้วย

อย่างไรก็ดี ธนาคารได้ตั้งสำรองไว้ 100% แล้ว และหลังจากนี้จะดำเนินการแก้ปัญหา โดยปรับโครงสร้างหนี้ด้วยการขยายระยะเวลาการชำระ รวมถึงเจรจากับบุตรหลานของลูกหนี้ให้มารับภาระใช้หนี้แทนบิดามารดา กรณีลูกหนี้เป็นผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีการตัดลดหนี้ให้บางส่วนด้วย

“ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องทำให้เอ็นพีแอลลดลงเหลือ 7% ในสิ้นปีบัญชี หรือภายในสิ้นเดือน มี.ค. 2554 ให้ได้” ผู้จัดการ ธ.ก.ส.กล่าว

นายลักษณ์ กล่าวอีกว่า การที่ ธ.ก.ส.เปิดจำหน่ายสลากออมทรัพย์ทวีสิน ชุดขวัญข้าว จำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท อายุรับฝาก 3 ปี ให้ดอกเบี้ยหน่วยละ 18.75 บาท รวมต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยหน่วยละ 518.75 บาท เมื่อฝากครบกำหนด โดยเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. 2553 เป็นต้นมา ผ่านมา 2 สัปดาห์ ปรากฏว่ามีผู้สนใจซื้อสลากออมทรัพย์แล้ว 1.6 หมื่นล้านบาท เป็นลูกค้ารายเดิม 6,000 ล้านบาท และรายใหม่ 1 หมื่นล้านบาท

ธนาคารคาดว่าจะจำหน่ายได้หมดก่อนที่จะปิดการจำหน่ายในวันที่ 31 ม.ค. 2554

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่