posttoday
เสนอ2 แนวทางศึกษาโครงการเหล็กต้นน้ำ

เสนอ2 แนวทางศึกษาโครงการเหล็กต้นน้ำ

03 ธันวาคม 2553

สถาบันเหล็กเตรียมส่งผลการศึกษาโครงการเหล็กต้นน้ำให้ กอช.พิจารณา เสนอ 2 แนวทาง เกิดขึ้นในเมืองไทย และไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน

สถาบันเหล็กเตรียมส่งผลการศึกษาโครงการเหล็กต้นน้ำให้ กอช.พิจารณา เสนอ 2 แนวทาง เกิดขึ้นในเมืองไทย และไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน

นายวิกรม วัชรคุปต์ ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการสถาบันเหล็กฯ เตรียมส่งผลการศึกษาโครงการเหล็กต้นน้ำต่อคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติ (กอช.) ที่มีนายไตรรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยจะเสนอให้พิจารณา 2 แนวทาง ได้แก่ การลงทุนเองในเมืองไทย และการไปลงทุนในประเทศเพื่อบ้าน ซึ่งจะให้รัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจ

ทั้งนี้ แนวทางการลงทุนในเมืองไทย คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 3-9 หมื่นล้านบาท โดยจะไม่มีการนำเสนอพื้นที่ว่าจะต้องไปลงทุนในพื้นที่ไหน แต่ถ้าจะลงทุนจริงก็มีแนะนำพื้นที่ที่เหมาะสมให้ โดยพื้นที่ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี และสงขลา โดยเงื่อนไขการลงทุนในประเทศไทยจะต้องมีหลักเกณฑ์ที่สำคัญ คือ 1.การพัฒนาอุตสาหกรรมไปในทิศทางเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ (อีโคทาวน์) อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งท่าเรือน้ำลึก การพัฒนาเมืองใหม่ ซึ่งจะต้องมีความสัมพันธ์ระหว่างอุตสาหกรรมและชุมชน จัดตั้งพื้นที่กันชน มีโรงเรียน โรพยาบาล และศูนย์การค้า

2.การยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน เช่น การจัดตั้งสหกรณ์ ศูนย์การซ่อมเครื่องมือเครื่องจักรกลทางการเกษตร เพื่อให้เกิดการรวมตัวกันใช้ประโยชน์ และ3. กลไกลการมีส่วนร่วมของชุมชน ในท้องถิ่น ซึ่งมีการเสนอให้ประชาชนในพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการโครงการเอง เช่น การกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ด้วย ต่างจากที่ผ่านมาที่ทางภาครัฐเป็นผู้จัดการทั้งหมด

“เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับเมืองไทย ทั้งเรื่องการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างเต็มรูปแบบ และการดำเนินธุรกิจเพื่อสังคม ในเมืองไทยยังไม่เคยทำ จึงเป็นเรื่องยากที่จะเข้าไปทำความเข้าใจกับชุมชน ซึ่งจากการลงพื้นที่ไปศึกษาพบว่าชาวบ้านในพื้นที่จ.จันทบุรีต่อต้านอย่างมาก ส่วนที่สงขลาก็มีไม่เห็นด้วยอยู่พอสมควร เรื่องนี้จึงขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล โดยเรื่องที่เป็นห่วงมากที่สุด คือการทำความเข้าใจกับชุมชน ส่วนตัวนักลงทุนเองก็รอความชัดเจนจากรัฐบาลอยู่” นายวิกรม กล่าว

ขณะที่การไปลงทุนในประเทศเพื่อบ้าน นำเสนอ 2 พื้นที่ ได้แก่ ประเทศพม่า และกัมพูชา โดยเม็ดเงินลงทุนน่าจะเท่ากับการลงทุนในเมืองไทย แต่อาจต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมบ้างในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบเครือข่ายไฟฟ้า ถนน ที่ต้องเชื่อมต่อเข้ามายังเมืองไทย เพราะตลาดหลักอยู่ในไทย แรงงาน  แต่ไทยต้องสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนให้ได้ ว่าหากมีข้อขัดแย้งระหว่างประเทศ จะไม่กระทบต่อโครงการลงทุน และการขนส่ง

สำหรับสาเหตุหลักที่จะต้องมีโครงการเหล็กต้นน้ำขึ้น เนื่องจากขณะนี้ปริมาณความต้องการเพิ่มสูงขึ้นมากกำลังการผลิตที่มีอยู่ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ โดยเฉพาะเมื่อจะมีการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ความต้องการใช้เหล็กจะขึ้นสูงอยู่ที่ระดับ 38 ล้านตัน แต่ปัจจุบันเมื่อรวมกำลังการผลิตโดยรวมโครงการใหม่ของเวียดนามและอินโดนีเซียแล้ว จะอยู่ที่ระดับ 22 ล้านตัน

               

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่