posttoday
เขตการค้าเสรีเอเปก...ไทยยืนอยู่ที่ไหน

เขตการค้าเสรีเอเปก...ไทยยืนอยู่ที่ไหน

01 ธันวาคม 2553

....อภิรดี ตันตราภรณ์

ฉบับที่แล้วเราได้คุยกันถึงจุดเริ่มต้นของการทำเขตการค้าเสรีในเอเปก และแนวทางการเจรจา ซึ่งผู้นำได้กล่าวถึง 3 แนวทาง ได้แก่ การขยายผลจากความตกลงอาเซียนบวก 3 (จีน เกาหลี ญี่ปุ่น) หรืออาเซียนบวก 6 (จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย) หรือ TPP (TransPacific Partnership) ประกอบด้วย นิวซีแลนด์ ชิลี สิงคโปร์ และบรูไน) โดยสหรัฐ ออสเตรเลีย เปรู เวียดนาม และมาเลเซีย ได้ตัดสินใจเข้าร่วมเจรจา TPP โดยมีเป้าหมายจะเจรจาให้จบภายในปี 2554

ในวันนี้จึงอยากจะคุยต่อเรื่อง TPP ว่ามีสาระเป็นอย่างไร และจะนำพาสมาชิกไปสู่เขตการค้าเสรีในเอเปกได้หรือไม่

ความตกลง TPP นั้นเป็นความตกลง FTA ฉบับหนึ่งที่ครอบคลุมประเด็นต่างๆ อย่างกว้างขวาง ทั้งเรื่องการเปิดตลาดสินค้า ซึ่งมีการลดภาษีที่มากขึ้นกว่าการลดภาษีใน WTO ตามที่สมาชิก TPP ได้มีการเจรจาแลกเปลี่ยนกัน รวมทั้งเรื่องกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า และวิธีการปฏิบัติในการนำเข้า ส่งออก

แม้จะมีระเบียบสากลด้านศุลกากรอยู่แล้ว แต่ก็มีการขยายความบางประเด็นเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเปิดตลาดสินค้านั่นเอง

ประเด็นที่จะกว้างกว่า WTO ได้แก่ เรื่องที่สมาชิกตกลงกันว่าจะไม่ห้ามการเรียกเก็บภาษี หรือ Surcharges กับการส่งออก ส่วนเรื่องอื่นๆ เช่น มาตรการสุขอนามัยพืชและสัตว์ ข้อจำกัดหรือมาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ

เมื่อดูลงไปลึกๆ ในแต่ละบทแล้วจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะย้ำถึงการปฏิบัติตามข้อตกลงขององค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งสมาชิก TPP ก็เป็นสมาชิกอยู่แล้ว แต่ก็ได้มีการขยายความ ซึ่งน่าจะเป็นไปเพื่อสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงไปตามพลวัตทางการค้าระหว่างประเทศ เช่น เรื่องสุขอนามัยพืชสัตว์ที่กลายเป็นอุปสรรคทางการค้าและปัญหาที่ยิ่งใหญ่มากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะสำหรับประเทศที่ส่งออกอาหารและสินค้าเกษตรเช่นประเทศไทย ก็มีการขยายความจาก WTO ในส่วนของความพยายามในการจัดทำความตกลงยอมรับร่วมกัน (Mutual Recognition or Equivalence) ที่ใช้คำว่าความพยายาม ก็เพราะเรื่องนี้คงไม่สามารถทำได้สำเร็จง่ายนัก จึงต้องมีการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อเจรจากันต่อไป

ในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ก็ได้ย้ำถึงการปฏิบัติตามข้อตกลงภายใต้ WTO และความตกลงการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอีกหลายฉบับ บางฉบับประเทศไทยยังไม่ได้เข้าเป็นสมาชิก ด้านการค้าบริการก็มีการเปิดเสรีโดยใช้วิธีเจรจาสาขาที่ต้องการยกเว้น เป็นแนวโน้มการเจรจาเปิดเสรีการค้าบริการในความตกลง FTA ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน

ขณะที่เรื่องที่ไม่เคยมีความตกลงภายใต้ WTO แต่มีปรากฏใน TPP ได้แก่ เรื่องนโยบายการแข่งขัน ก็มีการระบุให้สมาชิกมีไว้ซึ่งกฎหมายการแข่งขันทางการค้า โดยแต่ละประเทศสามารถระบุมาตรการหรือสาขาที่จะขอยกเว้นได้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับการเจรจากันต่อไป

ที่กล่าวมาโดยสรุปข้างต้นนี้เป็นความตกลง TPP ระหว่างสมาชิกเดิม 4 ประเทศ แต่เมื่อมีการเพิ่มเติมสมาชิกใหม่อีก 5 ประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐมีเป้าหมายที่จะเจรจาความตกลง FTA ที่มีมาตรฐานสูงสำหรับอนาคต ก็ได้แต่คาดเดาว่ามาตรฐานอนาคตน่าจะสูงกว่ามาตรฐานปัจจุบัน

แต่จะสูงแค่ไหน สหรัฐก็ยังไม่พูดให้ชัดเจน แต่ก็อาจจะพอประมาณได้จาก FTA หลายๆ ฉบับที่สหรัฐทำกับหลายประเทศ โดยเฉพาะเกาหลีและประเทศในอเมริกากลาง รวมทั้งน่าจะดูข้อเรียกร้องของสหรัฐจากการเจรจา FTA ที่ยังค้างคาอยู่กับไทย และท่าทีในระยะหลังที่ฝ่ายบริหารได้แถลงต่อรัฐสภา ทั้งนี้สมาชิก TPP มีเป้าหมายว่าจะเจรจาให้จบ และจะประกาศผลความสำเร็จในการเจรจาในการประชุมผู้นำเอเปกที่ฮาวายในเดือน พ.ย. 2554 การเจรจา TPP ครั้งต่อไปจะมีขึ้นในเดือน ธ.ค.นี้ ที่นิวซีแลนด์ ก็น่าจะทำให้ได้เห็นถึงระดับมาตรฐานของสหรัฐได้ชัดเจนขึ้น

การเจรจาจะลงเอยอย่างไร เพียงใด ประเด็นที่น่าคิด คือ ไทยควรทำตัวอย่างไรในสถานการณ์ที่เพื่อนบ้านอาเซียน 4 ประเทศ ได้ตัดสินใจเข้าร่วมใน TPP และอาจมีอินโดนีเซียตามมาในปีหน้า หากไม่เข้าร่วมเจรจาจะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนระหว่างประเทศของไทยเสียหายหรือไม่เพียงใด และหากเจรจาจะมีผลกระทบเพียงใด จะรับมือกับผลกระทบอย่างไร

สำหรับประเทศไทย จากประสบการณ์การเจรจา FTA กับสหรัฐที่ยังค้างอยู่ เราก็พอจะทราบได้ว่าสหรัฐคงยื่นข้อเรียกร้องที่ไม่น้อยกว่าเดิม และอาจสูงกว่าเดิมด้วยซ้ำ โดยเฉพาะในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ข้อเรียกร้องของสหรัฐจะทำให้ต้องมีการแก้ไขกฎหมาย ระเบียบกฎเกณฑ์ภายในประเทศที่เป็นเรื่องอ่อนไหวสูงมากในภาคประชาสังคม ดังนั้นสำหรับประเทศไทยเรื่องที่สำคัญในขณะนี้ และจะมีผลต่อการตัดสินใจก้าวเดินต่อไปน่าจะเป็นการจัดการกับเรื่องภายในบ้าน

เราจำเป็นต้องมีนโยบายและทิศทางที่ชัดเจนในเรื่องการคุ้มครองสิทธิบัตรยา การเข้าถึงยา การคุ้มครองพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ จุลชีพ (Micro Organism) การลงทุนของคนต่างชาติ การเปิดเสรีธนาคารและโทรคมนาคม เป็นต้น ทั้งนี้ประเทศไทยควรมีเป้าหมายที่ต้องการมุ่งไปให้ถึงในอนาคตเป็นตัวตั้ง เพราะเราจะอยู่กับสถานะปัจจุบันไปเรื่อยๆ ในขณะที่คนทั้งโลกก้าวเดินไปข้างหน้า ก็เท่ากับเราถอยหลัง

ดังนั้น เราจึงต้องรู้จักที่จะใช้ประโยชน์จากการเจรจาเพื่อปรับทิศทางของประเทศให้ไปสู่จุดหมายแห่งอนาคต หากมีกฎหมายที่จะต้องแก้ ก็ต้องรู้และเตรียมการไว้ล่วงหน้า ประชาชนจะต้องรู้ล่วงหน้าด้วยเช่นกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต และการปรับตัวจะเกี่ยวข้องอะไรกับเขาหรือไม่ อย่างไร รัฐมีมาตรการรองรับอย่างไร ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะต้องไม่เปลี่ยนแปลงแม้ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนไป

หากสามารถตัดสินใจในเรื่องดังกล่าวได้ชัดเจนทั้งในระดับนโยบายและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนที่เกี่ยวข้องโดยตรง ณ วันนั้นประเทศไทยจึงจะสามารถตัดสินใจ และก้าวเดินเข้าสู่หรือออกจากการเจรจาได้อย่างมั่นใจและภูมิใจ

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่