
โจ-ลี่ แฟมิลี่ปั้นแบรนด์ใหม่บุกตลาด
ตลาดสแน็คเพื่อสุขภาพเนื้อหอม โจ-ลี่ แฟมิลี่ ทุ่ม 100 ล้าน ปั้นแบรนด์ใหม่ "เวล-บี" บุกตลาดใน-นอกประเทศ หวังขึ้นชั้นระดับเอเชียใน 10 ปี
ตลาดสแน็คเพื่อสุขภาพเนื้อหอม โจ-ลี่ แฟมิลี่ ทุ่ม 100 ล้าน ปั้นแบรนด์ใหม่ "เวล-บี" บุกตลาดใน-นอกประเทศ หวังขึ้นชั้นระดับเอเชียใน 10 ปี
นายณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท โจ-ลี่ แฟมิลี่ กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดขนมขบเคี้ยว (สแน็ค) เพื่อสุขภาพ
ขยายตัวอย่างรวดเร็ว คาดว่ามีมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท เติบโตกว่า 10% ขณะที่ตลาดสแน็คโดยรวมมูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท เติบโตปีละ 5-8% บริษัทฯจึงเห็นโอกาสในการลงทุนสร้างแบรนด์เวล-บีให้เป็นขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ โดยใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท ภายใน 5 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ เวล-บี เป็นผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวจากผลไม้ อาทิ สตอร์เบอรี่, แอพปิคอท, พีช, ทุเรียนและมะม่วง ผ่านกระบวนการดึงน้ำออก
จากวัตถุดิบที่อุณหภูมิเยือกแข็ง ที่เรียกว่า Freeze-dried ที่ช่วยคงคุณค่าสารอาหารและประโยชน์แบบธรรมชาติไว้โดยไม่ปรุงแต่ง เริ่มทำตลาด เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ปัจจุบันมียอดขายประมาณ 2 ล้านบาทต่อเดือน
"ปัจจุบัน ผู้บริโภคให้ความใส่ใจเรื่องสุขภาพ ขณะที่ต้องการหาผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาตอบสนอง แต่ไม่มีทางเลือกมากนัก ซึ่งจากการวาง
ตลาด ผลิตภัณฑ์ของเราได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้หญิงทั้งวัยทำงาน แม่บ้าน ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเป็นหลัก" นายณัฐวุฒิกล่าว
บริษัทวางนโยบายทำตลาดในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศพร้อมกัน โดยเริ่มเจาะตลาดจีน, ฮ่องกงและสิงคโปร์แล้ว และมี
แผนเจาะตลาดญี่ปุ่นและยุโรปต่อไป เนื่องจากสินค้าประเภทดังกล่าวได้รับความนิยมในประเทศต่าง ๆ ส่วนในประเทศ เน้นขายในซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมี่ยม เช่น ท็อป มาร์เก็ตเพลส, พารากอน, เอ็มโพเรียม, เคย วิลเลจและพาราไดซ์ พาร์ค, วิลล่า มาร์เก็ต และร้านขายสินค้าสุขภาพ เช่น เลมอนฟาร์ม เป็นต้น
ทั้งนี้ ในปี 2554 คาดว่าจะมีรายได้ 50 ล้านบาท และภายในปี 2558 คาดว่าจะมีรายได้ 500 ล้านบาท และเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอม
รับในระดับเอเชียและโลก โดยมุ่งสร้างผลิตภัณฑ์จากผลไม้ของเมืองไทยที่ไม่สามารถปลูกได้ที่ไหน เช่น ทุเรียน มะม่วงและมังคุด นอกจากนี้อาจพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้ไทยเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต







