posttoday

ลุ้นบอร์ดรฟท.นัดแรกปี'63 เคาะซื้อหัวรถจักรใหม่ 184 คัน

27 ธันวาคม 2562

รฟท.ชงบอร์ดไฟเขียวซื้อหัวรถจักร-รถไฟใหม่ 184 คัน รองรับรถไฟทางคู่ เล็งเปิดประมูลปี 2563 พ่วงประมูลสัมปทานพัฒนาสถานีกลางบางซื่อมูลค่าหมื่นล้านบาท เร่งปรับ ทีโออาร์ เปิดประมูลพื้นที่แปลง A จำนวน 32 ไร่

รฟท.ชงบอร์ดไฟเขียวซื้อหัวรถจักร-รถไฟใหม่ 184 คัน รองรับรถไฟทางคู่ เล็งเปิดประมูลปี 2563 พ่วงประมูลสัมปทานพัฒนาสถานีกลางบางซื่อมูลค่าหมื่นล้านบาท เร่งปรับ ทีโออาร์ เปิดประมูลพื้นที่แปลง A จำนวน 32 ไร่

นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้การว่ารถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด) รฟท. นัดแรกวันที่ 16 ม.ค.นี้จะมีการเสนอแผนลงทุน 3 โครงการ เพื่อรองรับรถไฟทางคู่ที่จะเปิดให้บริการในอนาคต เริ่มจาก การเสนอผลประกวดราคาโครงการจัดซื้อรถจักรดีเซลไฟฟ้า (Diesel Electronic Locomotive)น้ำหนักกดเพลา 16 ตันต่อเพลา พร้อมอะไหล่จำนวน 50 คัน หากบอร์ดเห็นชอบจะสามารถลงนาม โดยผู้ชนะการประมูลจะใช้เวลาผลิตและส่งมอบรถจักรให้ครบ 50 คัน ภายในระยะเวลา 30 เดือน

รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทยระบุว่า การประมูลดังกล่าว ผู้ชนะมีข้อเสนอด้านราคาต่ำสุดอยู่ที่ 5,019 ล้านบาท หรือต่ำกว่าราคากลาง คิดเป็น 23.5% ซึ่งการแข่งขันมีเอกชนยื่นประมูล 3 ราย ได้แก่ 1.บริษัท อิตัลไทยวิศวกรรม จํากัด 2.กิจการร่วมค้า SFR ซึ่งประกอบด้วยบริษัท ซานโฟโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท ริเวอร์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด 3.กิจการร่วมค้า WIS และ HYN ซึ่งประกอบด้วยบริษัท เวิลด์ อินสตอลลิ่ง เซอร์วิส จำกัด และบริษัท หาดใหญ่นันทกร จำกัด

สำหรับโครงการจัดหารถรางปรับอากาศรุ่นใหม่ จำนวน 184 คัน นั้นจะมีการเสนอต่อบอร์ดเพื่อขอปรับรายละเอียดร่างเอกสารเงื่อนไขการประมูล (ทีโออาร์) จากเดิมกำหนดระบบดีเซล เปลี่ยนเป็นกำหนดสองระบบคือ ดีเซลและไฟฟ้า เพื่อให้สอดรับกับแผนลดมลพิษ หากบอร์ดอนุมัติจะเปิดประมูลต่อไปในปี 2563 โดยนำรถไฟใหม่ไร้ควันมาวิ่งบริการรัศมีเส้นทาง 250 กิโลเมตร(กม.)รอบกรุงเทพมหานคร คาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในปี 2565-2666

ส่วนโครงการสุดท้ายที่จะมีการเสนอบอร์ดรฟท. คือโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสถานีกลางบางซื่อ พื้นที่รวม 13,000 ตร.ม. ซึ่งขณะนี้ศึกษารายละเอียดการพัฒนาและกรอบทีโอาร์เสร็จแล้ว หากบอร์ดเห็นชอบ จะเดินหน้าเปิดประมูในปี 2563 ขณะที่โครงการการพัฒนาพื้นที่แปลง A สถานีกลางบางซื่อ จำนวน 32 ไร่ มูลค่า 10,000 ล้านบาทนั้น หลังจากเอกชนเมินประมูล ตอนนี้ปรับทีโอาร์ใหม่ให้จูงใจด้านผลตอบแทนมากขึ้นก่อนเปิดประมูลอีกครั้งในปี 2563

ทั้งนี้สัมปทานพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณสถานีกลางบางซื่อนั้น มีระยะเวลาสัมปทาน 5 ปี แบ่งเป็น 2 สัญญา 1.เปิดให้เอกชนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ผลตอบแทนรฟท.ขั้นต่ำ 100 ล้านบาทตามอายุสัมปทาน 2.งานจ้างเอกชนบริหารสถานีกลางบางซื่อ รายจ่ายราว 300 ล้านบาท/ปี ตามอายุสัมปทาน เมื่อคิดเป็นค่าเช่าต่อตร.ม.แล้วอยู่ที่ 1,400-2,000 บาท/ตร.ม./เดือน

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลการศึกษาโครงการพบว่าปริมาณเงินสะพัดภายในสถานีกลางบางซื่อมีอัตราการเติบโตราว 600%-700% ในระยะเวลา 20 ปีตั้งแต่เปิดบริการในปี 2564 ปีแรกจะมีเงินสะพัด 5 ล้านบาท/วัน จากนั้นในปีจะอยู่ที่ 25 ล้านบาท/วันในปี 2575 ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 35-40 ล้านบาท/วัน ในปี 2585

ขณะที่ข้อมูลด้านปริมาณผู้โดยสารพบว่าในปีแรก 2564 จะมีผู้ใช้บริการ 80,000 คน/วัน ก่อนจะเพิ่มเป็น 250,000-300,000 คน/วัน ในปี 2575 จากนั้นจะเพิ่มเป็น 350,000-400,000 คน/วัน ในปี 2585

นายวรวุฒิ กล่าวว่าได้จัดพิธีลงนามสัญญางานติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณรถไฟทางคู่สายใต้ช่วงนครปฐม-ชะอำ ระยะทางรวม 421 กม. นั้น บริษัท China Railway Signal & Communication International Company Limited หรือ CRSC เป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจประเทศจีนเป็นผู้ชนะการประมูลด้วยการเสนอราคา 6,250 ล้านบาท เป็นระบบขับเคลื่อนรถไฟแบบเปิด ECTS-1 ความเร็วในการวิ่ง 160 กม./ชม. คาดว่าจะติดตั้งระบบรวมทั้งสิ้น 3 ปี ขณะนี้งานก่อสร้างโยธารถไฟทางคู่สายใต้ ถือว่าล่าช้ากว่าแผน 6 เดือน เพราะติดปัญหาการเคลียร์อุปสรรคเพื่อเข้าพื้นที่ก่อสร้าง เช่น การกู้ระเบิดที่ ตัวเมืองราชบุรี สำหรับภาพรวมก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วมากกว่า 50% คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2567 โดยเป็นการทยอยเปิดเดินรถไฟทางคู่ ทั้งสายใต้ สายเหนือและสายอีสาน

ข่าวล่าสุด

MAGURO ขายข้าวมันไก่ “CHOPMAN” ชิมลางเดลิเวอรีวันละ 100 ออเดอร์