posttoday
เกษตรกร1.7ล้านครัวเรือนกระทบน้ำท่วม

เกษตรกร1.7ล้านครัวเรือนกระทบน้ำท่วม

18 พฤศจิกายน 2553

ธ.ก.ส. เผยยอดสำรวจลูกค้าเกษตรกรได้รับผลกระทบน้ำท่วมทั้งประเทศกว่า 1.7 ล้านครัวเรือน คิดเป็นมูลหนี้เบื้องต้นไม่น้อยกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท พร้อมตัดหนี้สูญลูกหนี้เสียชีวิตอีก 12 ราย  

ธ.ก.ส. เผยยอดสำรวจลูกค้าเกษตรกรได้รับผลกระทบน้ำท่วมทั้งประเทศกว่า 1.7 ล้านครัวเรือน คิดเป็นมูลหนี้เบื้องต้นไม่น้อยกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท พร้อมตัดหนี้สูญลูกหนี้เสียชีวิตอีก 12 ราย  

นายลักษณ์  วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจสถานการณ์ความเสียหายเบื้องต้นของเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ประสบภัยน้ำท่วม ณ วันที่ 16 พ.ย. 2553 มีพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้งสิ้น 55 จังหวัด จำนวนครัวเรือนที่ประสบภัย 5.37 แสนครัวเรือน มูลหนี้ประมาณ 4.86 หมื่นล้านบาท การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย แยกเป็นนาข้าว 6.69 ล้านไร่ พืชอื่นๆ 1.79 ล้านไร่ พื้นที่ประมง 2.77 หมื่นไร่ และสัตว์เลี้ยงจำนวน 1.38 ล้านตัว

ทั้งนี้ได้มีเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. เสียชีวิตทั้งสิ้น จำนวน 12 ราย คือจากจังหวัดนครนายก 1 ราย นครราชสีมา 3 ราย สุพรรณบุรี 1 ราย นครสวรรค์ 1 ราย  เพชรบูรณ์ 1 ราย ชัยภูมิ 2 ราย ตรัง 1 ราย นครศรีธรรมราช 1ราย และพระนครศรีอยุธยา 1 ราย รวมต้นเงินกู้ 1.58 ล้านบาท ดอกเบี้ย 6.24 หมื่นบาท ซึ่งในส่วนนี้ ธ.ก.ส. ได้ตัดเป็นหนี้สูญ

สำหรับภาคใต้ซึ่งเกิดเหตุการณ์อุทกภัยและวาตภัยอันเนื่องมาจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น สถานการณ์ตั้งแต่วันที่ 1พ.ย. ถึงปัจจุบัน  มีจังหวัดที่ได้รับความเสียหายทั้งสิ้น 12 จังหวัด 133 อำเภอ 856 ตำบล 5,991หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อนประมาณ 5.48 แสนครัวเรือน ได้แก่ จังหวัดสงขลา สตูล ตรัง นราธิวาส ยะลา ปัตตานี พัทลุง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ชุมพร และระนอง ซึ่งยังคงมีสถานการณ์
อุทกภัยในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ สงขลา  สุราษฎร์ธานี  นครศรีธรรมราช และพัทลุง ส่วนพื้นที่อื่นๆสถานการณ์คลี่คลายแล้ว อยู่ระหว่างฟื้นฟู เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม

ทั้งนี้ข้อมูลจากการลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยียนเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยภายหลังน้ำลด ใน จ.นครราชสีมา  พบว่ามีพื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหายจากอุทกภัยประมาณ 5 แสนไร่ มูลหนี้รวมประมาณ 4,500 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีเกษตรกรเสียชีวิต 3 ราย ต้นเงินที่เป็นหนี้ 1.4  แสนบาท ในส่วนของโครงการคาราวานซ่อมฟรี ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ธ.ก.ส. กรมอาชีวศึกษา และบริษัทเอกชนชั้นนำเพื่อให้บริการซ่อมแซมเครื่องไฟฟ้า อุปกรณ์ เครื่องจักรกลทางการเกษตรแก่เกษตรกรที่ประสบอุทกภัย ขณะนี้เปิดให้บริการ 5 จุด  ในพื้นที่อำเภอพิมาย 1 จุด และอำเภอสูงเนิน 4 จุด ส่วนในจังหวัดอื่นๆได้ทยอยเปิดให้บริการแล้วประมาณ 21 จุด เช่น ชัยภูมิ กำแพงเพชร ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี

สำหรับแนวทางในการแก้ไขปัญหาหลังน้ำลด   ธ.ก.ส. จะเข้าไปสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือตามความเดือดร้อน เช่น กรณีลูกค้าเสียชีวิตจากอุทกภัย ธ.ก.ส.จะจำหน่ายลูกหนี้ออกจากบัญชีเป็นหนี้สูญโดย ธ.ก.ส. รับภาระเอง กรณีลูกค้าประสบภัยร้ายแรง จะพักชำระหนี้เป็นระยะเวลา 3 ปี  ตั้งแต่ปี 2553 – 2555  พร้อมงดคิดดอกเบี้ยในช่วงที่พักชำระหนี้  โดย ธ.ก.ส. จะขอชดเชยดอกเบี้ยดังกล่าวจากรัฐบาลแทนเกษตรกร  ในอัตราลุกค้ารายย่อย หรือ MRR-1 ซึ่งขณะนี้เท่ากับ  5.75%  ต่อปี  

อีกทั้งจะให้เงินกู้ใหม่เพื่อไปฟื้นฟูการผลิตรายละไม่เกิน 1 แสนบาท โดยลดอัตราดอกเบี้ยจากเงินกู้ปกติลงอีก 3 % ต่อปี  เป็นระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี  โดย ธ.ก.ส.จะขอชดเชยดอกเบี้ยดังกล่าวจากรัฐบาล 3 % ต่อปี  พร้อมกับการลดหย่อนหลักประกันการกู้เงิน เช่น ใช้อสังหาริมทรัพย์เป็นประกัน  จะขยายวงเงินกู้ไม่เกินวงเงินจดทะเบียนจำนอง  กรณีใช้กลุ่มลูกค้ารับรองรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป  จากเดิมกู้ได้ไม่เกิน 1.5 แสนบาท เป็นไม่เกิน 2 แสนบาท
 

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่