
ธีมลงทุนลดเสี่ยงขาดทุนเงินต้นฮอต!
บลจ.ไทยพาณิชย์ ลุยต่อกองทุนขายรายใหญ่ ลงทุนตราสารหนี้-เงินฝากทั้งในและต่างประเทศ ลุ้นกำไรเพิ่มดัชนีหุ้นยุโรป 15%
บลจ.ไทยพาณิชย์ ลุยต่อ! ออกกองทุนขายรายใหญ่ อายุ 3 ปี ลงทุนตราสารหนี้-เงินฝากทั้งในและต่างประเทศ ลุ้นกำไรเพิ่มดัชนีหุ้นยุโรป 15%
นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า บริษัทฯประสบความสำเร็จในการออกกองทุนที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการขาดทุนเงินต้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมาก โดยกองทุนประเภทนี้จะนำเงินส่วนใหญ่ลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพและเงินฝากทั้งในและต่างประเทศเพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดทุนของเงินต้น และส่วนที่เหลือจะลงทุนในสัญญาวอร์แรนต์ที่อ้างอิงกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนมากขึ้น
บลจ.ไทยพาณิชย์ จึงได้ออกกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ คอมเพล็กซ์รีเทิร์น 3YA (SCB Complex Return 3YA:SCBCR3YA)ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย อายุ 3 ปี มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท เปิดขายหน่วยลงทุนครั้งเดียวระหว่างวันที่ 6 - 13 ส.ค.62 ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท ซึ่งกองทุนนี้เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในตลาดหุ้นยุโรปจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนต์ที่อ้างอิงกับดัชนี EuroStoxx 50
กองทุน SCBCR3YA จะมีกลยุทธ์การลงทุนแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 นําเงินต้นประมาณ 92% ของทรัพย์สินกองทุนไปลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากทั้งในและต่างประเทศที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับลงทุนได้ขึ้นไป ซึ่งเมื่อครบกําหนดอายุกองทุนจะได้รับเงินลงทุนคืนพร้อมผลตอบแทนซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่ากับเงินต้น การลงทุนส่วนนี้มีความผันผวนต่ำช่วยลดความเสี่ยงการขาดทุนเงินได้
ส่วนที่ 2 ประมาณ 8 % ของทรัพย์สินกองทุน จะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทสัญญาวอร์แรนต์ที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับดัชนี EuroStoxx 50 ซึ่งเป็นส่วนสร้างผลตอบแทนให้กับกองทุน โดยสัญญาวอร์แรนต์มีลักษณะการจ่ายผลตอบแทนแบบดิจิตอลได้ 2 กรณีดังนี้
กรณีที่ 1 หากค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนี ณ วันพิจารณาดัชนีอ้างอิงมากกว่า 0% จะจ่ายผลตอบแทน 15% กรณีที่ 2 หากค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนี ณ วันพิจารณาดัชนีกองทุนเมื่อครบกำหนดอายุ 3 ปี น้อยกว่าหรือเท่ากับ 0% จะไม่จ่ายผลตอบแทน ผู้ลงทุนจะได้รับเงินคืนในส่วนของเงินต้น โดยช่วงที่ผ่านมาดัชนี EuroStoxx 50 มีผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปี อยู่ที่เฉลี่ย 9.6% ต่อปี โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ดัชนีมีผลตอบแทน rolling return ย้อนหลัง 3 ปี เป็นบวกอยู่ที่ 68% (ที่มา: บลูมเบิร์ก ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2562)
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ถือเป็นโอกาสดีสำหรับการลงทุนในดัชนีหุ้น EuroStoxx 50 เนื่องจากมูลค่าหุ้นอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับดัชนีหุ้นในตลาดอื่นๆ ทั่วโลก เศรษฐกิจยุโรปได้เติบโตและฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาถึงแม้ว่าจะยังอยู่ในอัตราการเติบโตที่ต่ำเมื่อเทียบกับในอดีต ซึ่งเป็นเหตุทำให้ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้คงมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี)และอัตราดอกเบี้ยที่ 0%
อย่างไรก็ตาม การอัดฉีดเม็ดเงินอย่างต่อเนื่องได้ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดทุนและช่วยให้ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลดีต่อบริษัทผู้ส่งออกหลายคนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาด EuroStoxx 50 และทำให้ผลประกอบการของกลุ่มบริษัทดังกล่าวยังคงอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพและยังคงเติบโตได้
“ในระยะยาวการเพิ่มสภาพคล่องอย่างต่อเนื่องจะส่งผลต่ออัตราการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การลงทุนของภาคเอกชนและตัวเลขการเติบโตของกิจกรรมทางธุรกิจในยุโรปเพิ่มขึ้น นอกจากนี้อัตราการว่างงานที่ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ยังช่วยให้ภาคผู้บริโภคกลับมาช่วยประคองเศรษฐกิจได้ในระยะยาว”นายณรงค์ศักดิ์กล่าว







