
ก.ล.ต.เชือดปั่นหุ้นTSR
ลงโทษทางแพ่งผู้ทำความผิด 8 ราย “วีรวัฒน์ แจ้งอยู่”เจ้าของตัวการปั่นราคาพุ่ง 54 % ก.ล.ต.สั่งห้ามเป็นผู้บริหารบจ.
ลงโทษทางแพ่งผู้ทำผิด 8 ราย“วีรวัฒน์ แจ้งอยู่”เจ้าของเป็นตัวการปั่นราคาพุ่ง 54 % สั่งห้ามเป็นผู้บริหารบจ.
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด 8 ราย กรณีทำให้สภาพการซื้อขายหุ้นบริษัท เธียรสุรัตน์ (TSR) ผิดไปจากสภาพปกติของตลาดเพื่อจูงใจให้ผู้ลงทุนอื่นเข้าซื้อหรือขายตาม ซึ่งเป็นความผิดฐานสร้างราคาหุ้น และต้องรับโทษตามมาตรการลงโทษทางแพ่ง โดยเรียกให้ชำระค่าปรับทางแพ่งรวม 7 ล้านบาท รวมทั้งสั่งห้ามเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน (บจ.)
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าในช่วงระหว่างวันที่ 7 ม.ค. - 24 มี.ค. 2558 บุคคลจำนวน 8 ราย ได้แก่ (1) นายวีรวัฒน์ แจ้งอยู่ (2) นายธีระ ดีสวัสดิ์ (3) นายสุรพล สุดหอม (4) นางสาวสุพัชรี (ชื่อเดิม สิริรักษ์) จักรวิธานนิเทศ (5) นายสิทธวีร์ พิชญเรืองกิตติ์
(6) นายวัชรชัย วัชรธรรม (7) นายสิทธิชัย พรทรัพย์อนันต์ และ (8) นางกนกวรรณ พรทรัพย์อนันต์ ได้ร่วมกันสร้างราคาหุ้น TSR โดยทำให้ราคาปิดเพิ่มสูงขึ้นจากหุ้นละ 6.30 บาท เป็นราคา 9.70 บาท หรือเพิ่มขึ้น 54 % และมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ นายวีรวัฒน์กับนายสิทธิชัย ซึ่งต่างเป็นตัวการร่วมได้มีการแบ่งหน้าที่กันทำโดยมีพฤติกรรมปิดบังอำพราง เพื่อมิให้ตรวจพบการกระทำความผิด ด้วยการจัดหาและใช้บัญชีหลักทรัพย์ของตนเองและของผู้กระทำความผิดอื่นสลับกันเข้าซื้อขายหุ้น TSR ในลักษณะอำพรางให้บุคคลอื่นหลงผิดเกี่ยวกับสภาพการซื้อขายหุ้น TSR และต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน (54 วันทำการ) เพื่อจูงใจให้บุคคลอื่นเข้าซื้อหรือขายตาม
นอกจากนี้ นายวีรวัฒน์ ยังมีพฤติกรรมปกปิดแหล่งที่มาที่ไปของเงินที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้น TSR ในบัญชีของบุคคลลำดับที่ (2) - (5) และมีนายวัชรชัย ช่วยเหลือในการจัดการฝากถอนเงินที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้น TSR ของบัญชีหลักทรัพย์ภายในกลุ่ม
ขณะที่นายสิทธิชัยได้ซื้อขายหุ้น TSR ในบัญชีของนางกนกวรรณซึ่งเป็นภรรยา
การกระทำดังกล่าวข้างต้นของบุคคลทั้ง 8 ราย เป็นความผิดหลายมาตราแห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (พ.ร.บ. หลักทรัพย์) และเป็นความผิดที่สามารถดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่งได้คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) จึงมีมติให้ ก.ล.ต. นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดทั้ง 8 ราย
โดยกำหนดให้นายวีรวัฒน์ ชำระค่าปรับทางแพ่งจำนวน 5 แสนบาท อันเป็นจำนวนค่าปรับทางแพ่งขั้นต่ำตามกฎหมาย และให้นายสิทธิชัยชำระค่าปรับทางแพ่งจำนวน 4.5 ล้านบาท ส่วนผู้กระทำความผิดที่เหลือชำระค่าปรับทางแพ่งรายละ 3.3 แสนบาท
ทั้งนี้ หากผู้กระทำความผิดทั้ง 8 ราย ไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องเป็นคดีต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่งตามอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนดการที่ ค.ม.พ. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดทั้ง 8 ราย
เป็นเหตุให้ผู้กระทำความผิดทั้ง 8 ราย เข้าข่ายเป็นผู้มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 3/2560 เรื่อง การกำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหารของบริษัทลงวันที่ 23 ม.ค. 2560 ด้วย โดย ก.ล.ต. จะพิจารณาเมื่อบุคคลทั้ง 8 ราย เข้ามาเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน







