คลอดแผนพีดีพี 2018 คุมค่าไฟ 3.58 บาทต่อหน่วย
ครม.ไฟเขียวแผนพีดีพี2018 ระยะ20 ปี สั่งทบทวนทุก 5 ปีตามสถานการณ์ วางเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า 56,431 เมกะวัตต์ เน้นเชื้อเพลิงก๊าซผลิตไฟฟ้า 53%
ครม.ไฟเขียวแผนพีดีพี2018 ระยะ20 ปี สั่งทบทวนทุก 5 ปีตามสถานการณ์ วางเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า 56,431 เมกะวัตต์ เน้นเชื้อเพลิงก๊าซผลิตไฟฟ้า 53%
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 30 เม.ย. 2562 มีมติเห็นชอบแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561 -2580 (พีดีพี2018) รวมระยะ 20 ปี ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ ซึ่งสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนพีดีพี2018 แล้วเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2562
สำหรับแผนพีดีพี2018 มีสาระสำคัญเป็นแผนหลักในการจัดหาพลังงานไฟฟ้าของประเทศเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจรวมถึงประชากรที่เพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าหมายให้มีกำลังผลิตไฟฟ้าในปี 2580 จำนวน 77,211 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันผลิตได้ 46,090 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ ตามเป้าหมายดังกล่าว จะมีการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจำนวน 56,431 เมกะวัตต์ และปลดกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าเก่าที่หมดอายุในช่วงปี 2561 - 2580 จำนวน 25,310 เมกะวัตต์ ซึ่งจะมีการพัฒนาระบบผลิตและส่งไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อให้สามารถรองรับการซื้อขายไฟฟ้ากับเอกชนที่เพิ่มมากขึ้นและเกิดความมั่นคงทางพลังงานในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และพัฒนาระบบพลังงานหมุนเวียนและพลังงานทดแทน รวมทั้งพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าสมาร์ทกริด (Smart Grid) ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีในการเก็บข้อมูล ควบคุม และบริหารจัดการการผลิตและจ่ายไฟฟ้าโดยอัตโนมัติเพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างการผลิตไฟฟ้าและใช้ไฟฟ้าตลอดเวลา
นอกจากนี้แผนพีดีพี2018 ยังสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ในประเด็นโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ และดิจิทัล (พ.ศ. 2561 – 2580) แผนย่อยโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งกำหนดให้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้มีความมั่นคงในระดับที่เหมาะสม มีการกระจายชนิดของเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ส่งเสริมพลังงานทดแทนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
นายณัฐพร กล่าวว่า ตามแผนพีดีพี 2018 มีสัดส่วนการผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ ปี 2580 แยกตามประเภทเชื้อเพลิงใน 2 ส่วนหลัก เชื้อเพลิงฟอสซิล 65% ซึ่งประกอบด้วยก๊าซธรรมชาติ 53% จากถ่านหินและลิกไนต์ 12% ส่วนที่2 เชื้อเพลิงอื่น 35% ประกอบด้วยพลังงานต่างประเทศ 9% พลังงานหมุนเวียน 20% และการอนุรักษ์พลังงาน 6%
สำหรับอัตราค่าไฟฟ้าตลอดแผนอยู่ในช่วง 3.50-3.63 บาทต่อหน่วย หรือเฉลี่ย 3.58 บาทต่อหน่วย โดยครม.ให้กระทรวงพลังงานมีการทบทวนแผนพีดีพีทุกๆ 5 ปี หรือเมื่อปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจหรือสถานการณ์ด้านพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ


